Simple jQuery Dropdowns
Please use this identifier to cite or link to this item: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/10446
Title: ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง แรงสนับสนุน ทางสังคม ความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนผิวหนัง ชนิดทางเดินปัสสาวะ และคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยทําทางเดินปัสสาวะใหม่ระยะยาว
Other Titles: The Relationships among Self-esteem, Social Support, Severity of Skin Complication, Urinary Diversion Type and Quality of Life in Long term Urinary Diversion Patients
Authors: ทิฆัมพร อิทธิพงษ์วัฒน์
Thikumporn Ittipongwat
สุพร ดนัยดุษฎีกุล
Suporn Danaidutsadeekul
อรพรรณ โตสิงห์
Orapan Thosing
ธีระพล อมรเวชสุกิจ
Teerapon Amornvesukit
มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์
Keywords: คุณภาพชีวิต;ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง;แรงสนับสนุนทางสังคม;ภาวะแทรกซ้อนผิวหนัง;ผู้ป่วยทําทางเดินปัสสาวะใหม่;วารสารพยาบาลศาสตร์;Open Access article;Journal of Nursing Science
Issue Date: 2556
Citation: วารสารพยาบาลศาสตร์. ปีที่ 31, ฉบับที่ 1 ( ม.ค. -มี.ค. 2556), 29-37
Abstract: วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง แรงสนับสนุนทางสังคม ความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนผิวหนัง ชนิดทางเดินปัสสาวะ และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทําทางเดินปัสสาวะใหม่ระยะยาว รูปแบบการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยายความสัมพันธ์ วิธีการดําเนินการวิจัย: คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบสะดวก มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป มาตรวจตามนัดภายหลังผ่าตัดครั้งที่1 หรือครั้งที่ 2 ตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2554 ถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2555 ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 85 ราย จากโรงพยาบาลตติยภูมิ 3 แห่ง เครื่องมือรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย 1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล 2) คุณภาพชีวิตผู้ป่วยทําทางเดินปัสสาวะใหม่ระยะยาว 3) ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง 4) แบบสัมภาษณ์แรงสนับสนุนทางสังคม 5) แบบสังเกตความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนผิวหนัง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์สเปียร์แมน และค่าสหสัมพันธ์พอยท์ไบซีเรียล ผลการวิจัย: พบกลุ่มตัวอย่างที่ทําทางเดินปัสสาวะใหม่ระยะยาวชนิด ileal conduit ร้อยละ 54.1 รองลงมาเป็นชนิดpercutaneous nephrostomy ร้อยละ 32.9 มีความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง และแรงสนับสนุนทางสังคมระดับปานกลาง ทางเดินปัสสาวะใหม่เป็นชนิดไม่มีสายร้อยละ 60 และมีสายร้อยละ 40 ความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนผิวหนัง พบผิวหนังที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง (ระดับ 0) มากที่สุดร้อยละ 52.9 รองลงมาเป็นความรุนแรงระดับ 1 และ 2 ตามลําดับ และคุณภาพชีวิตผู้ป่วยทางเดินปัสสาวะใหม่ระยะยาวอยู่ในระดับปานกลาง ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองกับคุณภาพชีวิตมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับปานกลาง (r = .34, p < .01) แรงสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธ์ทางบวกกับคุณภาพชีวิตระดับต่ํา (r = .2, p < .05) ส่วนความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนผิวหนังและชนิดทางเดินปัสสาวะไม่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิต สรุปและข้อเสนอแนะ: พยาบาลควรพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองและแรงสนับสนุนทางสังคมเพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยทําทางเดินปัสสาวะใหม่ระยะยาว
metadata.dc.description.abstractalternative: Purpose: To explore the relationships among self-esteem, social support, severity of skincomplication, urinary diversion type and quality of life in patients with long term urinary diversion.Design: Descriptive correlational research.Methods: The sample comprised 85 patients who underwent long term urinary diversion andcame for their first or second follow-up care visit at the out-patient urological clinics residing in threetertiary care hospitals in Bangkok, Thailand. The data collection instruments comprised demographicdata form, a self-esteem questionnaire, a social support questionnaire, a severity of skin complicationobservation form, and a quality of life questionnaire. Descriptive statistics, Pearson product moment,spearman rank orders and point biserial correlations were employed for statistical analysis.Main findings: The sample had ileal conduit type 54.1%, followed by 32.9% of percutaneousnephrostomy. The results revealed that their self-esteem and social support were at a moderate level. In regard to type of urinary diversion, 60% had urinary diversion without catheter while 40% with catheter.The majority of them (52.9%) did not have periostomy skin complication (level 0) while the remaindershad level 1 and 2 of the severity. The quality of life was reported to be at a moderate level. Self-esteemhad a positively moderate correlation with quality of life (r = .34, p < .01). Social support had a positivelylow level correlation with quality of life (r = .2, p < .05). Neither the type of urinary diversion nor theseverity of skin complication was correlated with quality of life. Conclusion and recommendations: In order to facilitate smooth transition among patients withlong term urinary diversion to better quality of life, nursing intervention to enhance the patients’ self-esteem and social support should be developed
URI: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/10446
metadata.dc.identifier.url: https://www.tci-thaijo.org/index.php/ns/article/view/10550
Appears in Collections:NS-Article

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
ns-ar-suporn-2556.pdf166.41 kBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.