Simple jQuery Dropdowns
Please use this identifier to cite or link to this item: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/2012
Title: การอบรมเลี้ยงดูเด็กอายุ 1-12 ปี ของครอบครัวไทย
Authors: ศิริกุล อิศรานุรักษ์
สุธรรม นันทมงคล
ดวงพร แก้วศิริ
มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน
มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาอนามัยครอบครัว
มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาโภชนวิทยา
Keywords: การอบรมเลี้ยงดูเด็ก;เด็กอายุ 1-12 ปี;Open Access article;Journal of Public Health and Development;วารสารสาธารณสุขและการพัฒนา
Issue Date: 2546
Citation: วารสารสาธารณสุขและการพัฒนา. ปีที่ 1, ฉบับที่ 1 (2546), 15-24
Abstract: การอบรมเลี้ยงดูที่เหมาะสม โดยการตอบสนองความต้องการของเด็กตามวัย เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ เด็กมีพัฒนาการรอบด้าน การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพ วิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็ก อายุ 1-12 ปี ของครอบครัวไทย จากการสัมภาษณ์ผู้เลี้ยงดูหลักของเด็กโดยศึกษาใน 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร บุรีรัมย์ แพร่ และสระบุรี จังหวัดละ 2 ตำบลหรือชุมชน ประชากรที่ศึกษาคือผู้เลี้ยงดูหลัก ของเด็ก อายุ 1-<3 ปี 3-<6 ปี และ 6-12 ปี กลุ่มอายุละประมาณ 3 คนต่อพื้นที่ ในระหว่างเดือนเมษายน ถึงเดือนกันยายน 2543 เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล คือ แนวคำถามเกี่ยวกับหลักในการเลี้ยงดูเด็ก ตามวิถีของชุมชน ความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กในด้านจริยธรรม การดูแลสุขภาพและการดูแล เรื่องอื่นๆ ของเล่นพื้นบ้าน เพลงพื้นบ้าน และนิทานพื้นบ้าน ที่เกี่ยวข้องกับการอบรมสั่งสอนเด็ก และเป้าหมาย อนาคตของเด็ก ผลการศึกษาพบว่า ผู้เลี้ยงดูหลักทั้ง 4 จังหวัด ต้องการอบรมเด็กในทุกกลุ่มอายุ ให้เป็นคนดี รายละเอียดของการเป็นคนดีแตกต่างกันบ้างในแต่ละพื้นที่ ส่วนใหญ่จะเน้นการเคารพผู้ใหญ่ ขยัน ไม่ลักขโมย ผู้เลี้ยงดูทุกคนให้การดูแลเอาใจใส่เรื่องอาหารและการดูแลสุขภาพเด็ก เมื่อเด็กเจ็บป่วยไม่ว่ามากหรือ น้อยจะพาเด็กไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ยกเว้นชุมชนแออัดในอำเภอเมืองสระบุรี ที่จะซื้อยาให้กินก่อน ถ้ายังไม่ดีขึ้น จึงจะพาไปหาเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้เลี้ยงดูหลักส่วนใหญ่ไม่เคยทราบเกี่ยวกับของเล่น นิทาน เพลงพื้นบ้าน มีเพียงบางรายซึ่งเป็นย่าหรือยายเด็กที่กล่าวว่ามีบ้าง แต่ไม่ได้นำมาใช้ในการอบรมเลี้ยงดูเด็ก มีผู้เลี้ยงดูหลักบางคนที่ทำของเล่นให้เด็กโดยเฉพาะเด็กเล็ก ส่วนใหญ่จะซื้อให้ ส่วนเป้าหมายอนาคตเด็ก พบว่าทุกพื้นที่ให้ความสำคัญของการศึกษาในระดับสูง เพื่อการประกอบอาชีพที่มั่นคงเลี้ยงตัวเองได้และ เป็นที่พึ่งของพ่อแม่ และการเตรียมการที่สำคัญคือการเก็บเงินเพื่อเป็นทุนการศึกษา
metadata.dc.description.abstractalternative: Appropriate child rearing by responding the needs of children regarding of their age is a crucial factor for total child development This study aimed at providing the qualitative information about child rearing for children 1-12 years old of Thai families. The data was obtained from child’s primary caregivers. The study was conducted in four provinces named Bangkok, Buriram, Phrae, and Saraburi, two sub-districts or communities in each provinces. The study population were primary caregivers of children aged 1-<3, 3-<6, and 6-12 years old. Three caregivers of each age group in each area were interviewed from April to September 2000. The constructed guideline was used for probing the principle of child rearing of the family, the belief of child care and rearing on social and moral development, health care, and other aspects of development. The local toys, tales and songs for children as well as the expectation of the child’s future were also explored. The results revealed that all primary caregivers focused on proper moral development or being a good child in all age groups. The specific manners of being a good child were some what different according to site. Most caregivers emphasized on paying respect to adult, being hard working and not stealing. All caregivers provided good care for nutrition and physical health to their children. When the children were sick they usually brought the children to see health personnel regardless the severity of the illness, except in the congested area where caregivers usually bought drug from the stores for children with minor illness. If it did not improve, then they would bring the children to health post or hospital. Most of caregivers did not have any idea of local toys, tales and songs for children. Some grandmothers mentioned of these things, but they seldom used them for child rearing. Few caregivers had ever made the toys for their kids. Regarding the child’s future expectation, all caregivers in every area emphasized on high education for a secure future and self-reliance. They will collect money as much as possible for this matter.
URI: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/2012
ISSN: 1905-1387
Appears in Collections:AD-Article

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
ad-ar-sirikul-2546.pdf336.6 kBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.