Simple jQuery Dropdowns
Please use this identifier to cite or link to this item: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/21839
Title: ปัจจัยเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กับภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์
Other Titles: Risk Factors Related to Preeclampsia Article Sidebar
Authors: สุชาดา เตชวาทกุล
Suchada Techawathakul
เอมพร รตินธร
Ameporn Ratinthorn
ฉวีวรรณ อยู่สําราญ
Chaweewan Yusamran
ดิฐกานต์ บริบูรณ์หิรัญสาร
Dittakarn Boriboonhirunsarn
มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาการพยาบาลสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา
มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา
วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย
Keywords: แคลเซียม;ใยอาหาร;ค่าความดันเลือดแดงเฉลี่ย;ภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์;Journal of Nursing Science;วารสารพยาบาลศาสตร์;Open Access article
Issue Date: 2557
Citation: วารสารพยาบาลศาสตร์. ปีที่ 32, ฉบับที่ 1 ( ม.ค. - มี.ค. 2557), 61-70
Abstract: วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีมวลกายก่อนการตั้งครรภ์ ปริมาณแคลเซียมในการบริโภค ปริมาณใยอาหารในการบริโภค การเพิ่มของน้ําหนักระหว่างตั้งครรภ์ และค่าความดันเลือดแดงเฉลี่ยในไตรมาสสองกับการเกิดภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์รูปแบบการวิจัย: Case-control study วิธีดําเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ สตรีระยะหลังคลอดบุตรที่มารับบริการในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งมีประวัติการฝากครรภ์ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มศึกษา เป็นสตรีที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์จํานวน 75 ราย และกลุ่มเปรียบเทียบ เป็นกลุ่มสตรีตั้งครรภ์ปกติจํานวน150 ราย เก็บข้อมูลโดยใช้แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล และแบบสัมภาษณ์ความถี่ในการรับประทานอาหาร วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติไคสแควร์ และสถิติถดถอยโลจิสติกเชิงพหุคูณ ผลการวิจัย: ในแต่ละตัวแปรที่มีค่าแตกต่างกัน ดัชนีมวลกายก่อนการตั้งครรภ์ ปริมาณแคลเซียมในการบริโภคปริมาณใยอาหารในการบริโภค การเพิ่มของน้ําหนักระหว่างตั้งครรภ์ และค่าความดันเลือดแดงเฉลี่ยในไตรมาสที่สอง มีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p < .05) โดยพบว่าสตรีตั้งครรภ์ที่มีค่าความดันหลอดเลือดแดงเฉลี่ยในไตรมาสที่สอง≥ 90 มิลลิเมตรปรอท มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์มากกว่าเป็น 10.537 เท่าของกลุ่มที่มีค่าความดันหลอดเลือดแดงเฉลี่ย < 90 มิลลิเมตรปรอท (p < .05) และสตรีตั้งครรภ์ที่บริโภคแคลเซียม≥ 800 มิลลิกรัมต่อวัน และบริโภคใยอาหาร≥ 25 กรัมต่อวัน มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์เป็น 0.368 และ 0.083 เท่าของสตรีที่ได้รับสารอาหารดังกล่าวในปริมาณน้อยกว่า (p < .05) สรุปและข้อเสนอแนะ: การคัดกรองและติดตามความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ ควรคํานึงถึงค่าความดันหลอดเลือดแดงเฉลี่ย ค่าดัชนีมวลกายก่อนการตั้งครรภ์ และการเพิ่มของน้ําหนักในไตรมาสที่สอง สตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ควรได้รับคําแนะนําเกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่มีปริมาณแคลเซียมและใยอาหารสูง
metadata.dc.description.abstractalternative: Purpose: To investigate the relationship between pre-pregnancy body mass index, calcium intake,fiber intake, gestational weight gain, and mean arterial pressure in the second trimester andpreeclampsia.Design: A case-control study.Methods: The study samples were postpartum mothers who sought services at KingChulalongkorn Memorial Hospital, the Thai Red Cross Society, and at Siriraj Hospital who had recordsof prenatal care at the hospitals. The study subjects were divided into two groups. The case groupconsisted of 75 subjects who were diagnosed with preeclampsia during pregnancy; the control groupwas composed of 150 subjects who had normal pregnancy. Data were collected by demographiccharacteristics questionnaire and frequency of food intake questionnaire. Data were analyzed usingchi-square test and multiple logistic regression analysis.Main findings: In different values of each variable, pre-pregnancy body mass index, calciumintake, fiber intake, gestational weight gain, and mean arterial pressure in the second trimester weresignificantly associated with developing preeclampsia (p < .05). It also found that pregnant women whohad mean arterial pressure in the second trimester ≥ 90 mmHg have the risk of preeclampsia 10.537times more than pregnant women who had mean arterial pressure < 90 mmHg (p < .05). Those whohad calcium intake ≥ 800 mg/day and fiber intake ≥ 25 gm/day had decreased risk of preeclampsia for0.368 and 0.083 times of those pregnant women who had less calcium and fiber intake (p < .05).Conclusion and recommendations: Screening and monitoring risks of preeclampsia should be concerned about mean arterial pressure, pre-pregnancy body mass index, and weight gain in the secondtrimester. Pregnant women at risk for preeclampsia should be advised to have diet with high calciumand high fiber.
URI: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/21839
metadata.dc.identifier.url: https://www.tci-thaijo.org/index.php/ns/article/view/27061
Appears in Collections:NS-Article

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
ns-ar-ameporn-2557.pdf173.74 kBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.