Simple jQuery Dropdowns
Please use this identifier to cite or link to this item: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/21840
Title: ปัจจัยทํานายความรุนแรงที่เกิดจากคู่สมรสในสตรีที่มีปัญหาทางนรีเวช
Other Titles: Factors Predicting Intimate Partner Violence among Women with Gynecological Problems
Authors: นันทนา ธนาโนวรรณ
Nanthana Thananowan
พวงเพชร เกษรสมุทร
Phuangphet Kaesornsamut
มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาการพยาบาลสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา
Keywords: การได้รับความรุนแรง;ความรุนแรงที่เกิดจากคู่สมรส;นรีเวช;ปัจจัยทํานาย;สตรี;วารสารพยาบาลศาสตร์;The Journal of Nursing Science;Open Access article
Issue Date: 2557
Citation: วารสารพยาบาลศาสตร์. ปีที่ 32, ฉบับที่ 1 ( ม.ค. - มี.ค. 2557), 71-80
Abstract: วัตถุประสงค์:เพื่อศึกษาปัจจัย (ได้แก่ อายุ ระยะเวลาสมรส จํานวนครั้งของการแต่งงาน รายได้ อายุที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก และจํานวนคู่นอน) ที่สามารถทํานายความรุนแรงที่เกิดจากคู่สมรสในสตรีที่มีปัญหาทางนรีเวช รูปแบบการวิจัย:ความสัมพันธ์เชิงทํานาย (Predictive correlational design) วิธีดําเนินการวิจัย:กลุ่มตัวอย่างเป็นสตรีที่มีปัญหาทางนรีเวชจํานวน 532 คน ซึ่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร แบบสอบถามประกอบด้วยลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยทางเพศสัมพันธ์ และแบบประเมินความรุนแรงโดยคู่สมรส วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การหาความสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยแบบเชิงชั้นผลการวิจัย:ความรุนแรงที่เกิดจากคู่สมรสมีความสัมพันธ์ทางบวกกับจํานวนครั้งของการแต่งงานและจํานวนคู่นอนแต่มีความสัมพันธ์ทางลบกับรายได้และอายุที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก เมื่อวิเคราะห์ปัจจัยทํานายความรุนแรงที่เกิดจากคู่สมรสสําหรับปัจจัยทํานายความรุนแรงที่เกิดจากคู่สมรส ผลการวิจัยพบว่า จํานวนครั้งของการแต่งงาน รายได้ อายุที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก และจํานวนคู่นอนร่วมกันทํานายความรุนแรงได้ร้อยละ 12 (R2 = .121, p < .01) จํานวนคู่นอนเป็นปัจจัยที่มีอํานาจในการทํานายความรุนแรงที่เกิดจากคู่สมรสสูงสุด (β = .414, p < .05) รองลงมาคือ อายุที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก(β = - .126, p < .05) และรายได้ (β = - .107, p < .05) ตามลําดับ สรุปและข้อเสนอแนะ: พยาบาลนรีเวชควรให้ความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ที่เหมาะสมเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และการมีคู่นอนหลายคนแก่สตรีที่มีปัญหาทางนรีเวชทุกราย โดยเฉพาะสตรีที่มีคู่นอนหลายคน สตรีที่มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร หรือสตรีที่มีรายได้น้อย นอกจากนี้การคัดกรองความรุนแรงที่เกิดจากคู่สมรสควรเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานในการพยาบาลทางนรีเวช การวิจัยในอนาคตควรมีการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงที่เกิดจากคู่สมรสและปัจจัยทํานายเหล่านี้กับผลกระทบในระยะสั้นและระยะยาวต่อสุขภาพทางเพศของสตรี
metadata.dc.description.abstractalternative: Purpose: The purpose of this study was to examine factors (e.g., age, length of marriage, number of marriages, income, age at first sexual intercourse, and number of sexual partners) that can predictintimate partner violence (IPV) among women with gynecological problems.Design: Predictive correlational design.Methods: Participants were 532 women with gynecological problems admitted at a universityhospital in Bangkok. All participants completed a set of questionnaires, including demographiccharacteristics, sexual factors, and the Index of Spouse Abuse (ISA) which were then analyzed withdescriptive statistics, Pearson’s correlation, and Hierarchical linear regression.Main findings: IPV was positively correlated with number of marriages and number of sexualpartners, whereas it was negatively correlated with income and age at first sexual intercourse. For factorspredicting IPV, the result revealed that number of marriages, income, age at first sexual intercourse, andnumber of sexual partners could jointly explain 12% of the variance in IPV (R2 = .121, p < .01). Numberof sexual partners was the most influence predictors of IPV (β = .414, p < .05). Subsequent predictorswere age at first sexual intercourse (β = - .126, p < .05) and income (β = - .107, p < .05), respectively.Conclusion and recommendations: Gynecological nurses should provide appropriate sexualeducation about avoiding of early sexual intercourse and having multiple partners among all womenwith gynecological problems, particularly women with multiple sexual partners, early sexual intercourse,and low income. Additionally, screening of IPV should be integrated with the gold standard of gynecological nursing care. Future research should explore the extent to which IPV and these predictingfactors are correlated with short-term and long-term women’s sexual health outcomes.
URI: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/21840
metadata.dc.identifier.url: https://www.tci-thaijo.org/index.php/ns/article/view/27031
Appears in Collections:NS-Article

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
ns-ar-nanthana-2557.pdf194.1 kBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.