Simple jQuery Dropdowns
Please use this identifier to cite or link to this item: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/2492
Full metadata record
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.authorพิพัฒน์  ลักษมีจรัลกุลen_US
dc.contributor.authorสิริกุล พิพิธแสงจันทร์,en_US
dc.contributor.authorดุสิต สุจิรารัตน์en_US
dc.contributor.authorพิศิษฐ์ วัฒนสมบูรณ์en_US
dc.contributor.authorPipat Luksamijarulkulen_US
dc.contributor.authorDusit Sujiraraten_US
dc.contributor.authorPisit Vatanasomboonen_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาจุลชีววิทยาen_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาระบาดวิทยาen_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อมen_US
dc.date.accessioned2015-04-22T03:11:52Z-
dc.date.accessioned2017-06-30T08:40:35Z-
dc.date.available2015-04-22T03:11:52Z-
dc.date.available2017-06-30T08:40:35Z-
dc.date.created2015-04-22-
dc.date.issued2554-
dc.identifier.citationวารสารสาธารณสุขศาสตร์. ปีที่ 41, ฉบับที่ 3 (2554), 209-218en_US
dc.identifier.issn0125-1678-
dc.identifier.urihttp://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/2492-
dc.description.abstractบุคลากรที่ปฏิบัติงานในรถพยาบาลฉุกเฉินอาจได้รับภาวะเสี่ยงจากการออกแบบภายในรถที่ไม่เหมาะสมและความไม่พร้อมของอุปกรณ์ การศึกษานี้ได้ประเมินความเหมาะสมของการออกแบบภายในรถและความพร้อมของอุปกรณ์ที่จำเป็นในการป้องกันความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน ตามแนวทางของสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ประเทศสหรัฐอเมริกา (2008) จำนวน 47 คัน ของโรงพยาบาลประจำจังหวัดแห่งหนึ่งและโรงพยาบาลเครือข่าย และสัมภาษณ์บุคลากรที่ปฏิบัติงานจำนวน 35 คน ถึงความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของการออกแบบภายในรถ นอกจากนี้ได้ติตตามสังเกตในขณะที่มีการปฏิบัติการจริงจำนวน 30 คันๆ ละ 1 เที่ยวรอบวิ่ง ผลการศึกาพบว่าร้อยละ 74.5 เป็นรถพยาบาลฉุกเฉินรุ่นใหม่ มีส่วนกั้นแยกช่วงหน้าห้องคนขับรถออกจากช่วงหลังซึ่งจัดเป็นห้องพยาบาลรวมทั้งหน้าต่างที่เปิดเลื่อนได้เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสาร ร้อยละ 83 มีระบบระบายอากาศไฟฟ้า ร้อยละ 93.6 มีตุ้เก็บอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ที่มิดชิด ร้อยละ 97.9 มีเจียงผู้ป่วยแบบมีล้อเลื่อน ร้อยละ 91.5 มีเวชภัณฑ์ยาอย่างพอเพียงแต่มากกว่าร้อยละ 50 ยังขาดอุปกรณ์กู้ภัยฉุกเฉินประจำในรถ เพื่อพิจารณาถึงอุปกรณ์มาตรฐานเพื่อการป้องกันการติดเชื้อและการบาดเจ็บในขณะปฏิบัติงาน พบว่า ร้อยละ 25.5 มีอุปกรณ์ป้องกันตา ร้อยละ 53.2 มีอุปกรณ์สำหรับรัดเพื่อความปลอดภัยขณะรถวิ่งหรือหยุดกระทันหัน ข้อมูลจากการสัมภาษณ์บุคลากรที่ปฏิบัติงาน พบว่า ร้อยละ 80 มีความเห็นด้วยการมีส่วนกั้นแยกระหว่างคนขับกับส่วนผู้ป่วย ร้อยละ 91.4 มีความเห็นว่าในส่วนผู้ป่วยควรสามรถรองรับผู้ป่วยและบุคลากรได้อย่างน้อย 3 คน เป็นต้น ข้อมูลจากการสังเกตขณะปฏิบัติงาน พบว่ารถพยาบาลฉุกเฉินเกือบทุกคัน (27/30 คัน) ภาชนะใส่ของมีคมและถังขยะติดเชื้อไม่มีการติดตั้งที่มั่งคง อาจทำให้เกิดอันตรายได้รถทุกคันผู้ปฏิบัติงานไม่มีการเปิดระบบระบายอากาศและไม่ได้รับปรับอุณหภูมิในรถตามเกณฑ์ ผลการศึกษาโดยสรุปแสดงให้เห็นว่า ควรมีการปรับปรุงการออกแบบภายในรถพยาบาลฉุกเฉินให้มีความเหมาะสมกับการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ต้องมีการดูแลและเตรียมความพร้อมการช้รถเพื่อความปลอดภัยและการลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติงานด้วย Personnel working in an ambulance may be at risk from the inappropriate interior design in ambulance. This study attempts to assess the appropriate interior design and standard supplies of an ambulance for safety work followed a guideline of The American College of Emergency Physicians (2008) in a provincial hospital network. Forty-seven ambulances were assessed and 35 personnel were interviewed by voluntary participation. Additionally, 30 ambulances were observed the real practice. Results reveal that 74.5% of studied ambulances are new model designs and have the driver and the patient compartments. Approximately, 83% have an electrical air ventilation system, and 93.6% have enclosed storage cabinet. About 97.9% have standard stretcher, and 91% have an appropriate medication. Standard supplies for infection control and injury prevention showed that 25.5% have eye protection equipments, and 53.2% have appropriate seat belts. Data from interviews showed that 80% agreed with having the driver and patient compartments and 91.4% agreed that the patient compartment should be accommodated to transport with at least 3 persons. For observation, it was found that 90% of observed ambulances (27/30) have a sharp disposal container placed on the floor which may slip or spill out of disposal when the ambulance stops immediately. All observed ambulances, the air ventilation systems were not opened, and the temperature was not adjusted in standard level. In conclusion, the study revealed, not only the interior ambulance design should be improved, but also, the routine care of ambulance should be emphasized for work safety.en_US
dc.language.isothen_US
dc.rightsมหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.subjectรถพยาบาลฉุกเฉินen_US
dc.subjectการออกแบบภายในรถen_US
dc.subjectความปลอดภัยในการปฏิบัติงานen_US
dc.subjectการบริหารทางการแพทย์en_US
dc.subjectAmbulanceen_US
dc.subjectInterior Designen_US
dc.subjectWork Safetyen_US
dc.subjectEmergency Medical Service (Ems)en_US
dc.subjectOpen Access articleen_US
dc.subjectวารสารสาธารณสุขศาสตร์en_US
dc.subjectJournal of Public Healthen_US
dc.titleการประเมินการออกแบบภายในรถพยาบาลฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของเครือข่ายโรงพยาบาลจังหวัดแห่งหนึ่งen_US
dc.title.alternativeAn assessment of ambulance interior design for safety work in a provincial hospital networken_US
dc.typeArticleen_US
dc.rights.holderมหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.contributor.correspondenceพิพัฒน์ ลักษมีจรัลกุลen_US
dc.identifier.urlhttp://www.ph.mahidol.ac.th/journal/41_3/01.pdf-
Appears in Collections:PH-Article

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
ph-ar-pipat-2554-2.pdf185.07 kBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.