Simple jQuery Dropdowns
Please use this identifier to cite or link to this item: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/25173
Title: เปรียบเทียบดัชนีมวลกาย ความเครียดเรื้อรัง ความแตกฉานทางสุขภาพ ความรับผิดชอบของผู้ป่วยและการรับรู้การดูแลแบบบุคคลเป็นศูนย์กลางระหว่างผู้ป่วยที่เป็นนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะซ้ำและผู้ที่ไม่เป็นซ้ำ
Other Titles: Comparisons of Body Mass Index, Chronic Stress, Health Literacy, Patient Engagement and Perception of Person-Centred Care between Recurrent and Non-Recurrent Urolithiasis Patients
Authors: ธิมาภรณ์ ซื่อตรง
Thimaporn Suetrong
สุพร ดนัยดุษฎีกุล
Suporn Danaidutsadeekul
นภาพร วาณิชย์กุล
Napaporn Vanitkun
ตรี หาญประเสริฐพงษ์
Tree Hanprasertpong
มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์
จังหวัดอุบลราชธานี. โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
Keywords: ดัชนีมวลกาย;ความเครียดเรื้อรัง;ความแตกฉานทางสุขภาพ;ความรับผิดชอบของผู้ป่วย;การรับรู้การดูแลแบบบุคคลเป็นศูนย์กลาง;นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ;วารสารพยาบาลศาสตร์;Journal of Nursing Science;Open Access article
Issue Date: 2559
Citation: วารสารพยาบาลศาสตร์. ปีที่ 34, ฉบับที่ 2 ( เม.ย. - มิ.ย. 2559), 80-91
Abstract: วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาเปรียบเทียบดัชนีมวลกาย ความเครียดเรื้อรัง ความแตกฉานทางสุขภาพ ความรับผิดชอบของผู้ป่วย และการรับรู้การดูแลแบบบุคคลเป็นศูนย์กลาง ระหว่างผู้ป่วยที่เป็นนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะซ้ำ และผู้ที่ไม่เป็นซ้ำ รูปแบบการวิจัย: การศึกษาเชิงบรรยายเปรียบเทียบ วิธีดำเนินการวิจัย: ผู้ป่วยนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะที่มาติดตามอาการภายหลังรักษานิ่วครั้งแรกออกหมดมีระยะเวลาห่างจากการรักษาครั้งแรกไม่ต่ำกว่า 6 เดือน กลุ่มที่เป็นนิ่วซ้ำ และไม่เป็นซ้ำ กลุ่มละ 150 ราย รวมทั้งหมด 300 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินการรับรู้ความเครียด แบบประเมินความแตกฉานทางสุขภาพ แบบประเมินความรับผิดชอบของผู้ป่วย และ แบบประเมินการรับรู้การดูแลแบบบุคคลเป็นศูนย์กลาง วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเปรียบเทียบ ผลการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างที่ไม่เป็นนิ่วซํ้ามีความเครียดเรื้อรังอยู่ในระดับตํ่า (X = 6.25, SD = 4.86) มีความแตกฉานทางสุขภาพเท่ากับ 439.21 (SD = 39.78) มีความรับผิดชอบของผู้ป่วยอยู่ในระดับสูง (X = 63.88, SD = 12.90) ในขณะกลุ่มที่เป็นนิ่วซํ้ามีความเครียดเรื้อรังระดับปานกลาง (X = 12.75, SD = 5.23) มีความแตกฉานทางสุขภาพเท่ากับ 336.07 (SD = 41.22 ) มีความรับผิดชอบของผู้ป่วยอยู่ในระดับต่ำ (X = 40.33, SD = 9.44) ซึ่งทั้งสามปัจจัยมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างกลุ่มเป็นนิ่วซํ้าและไม่เป็นซํ้า สำหรับดัชนีมวลกายและการรับรู้การดูแลแบบบุคคลเป็นศูนย์กลางระหว่างกลุ่มเป็นนิ่วซ้ำ และไม่เป็นซ้ำความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สรุปและข้อเสนอแนะ: พยาบาลและบุคคลากรทางสุขภาพควรตระหนัก และให้การดูแลผู้ป่วยโดยลดความเครียดเรื้อรัง ส่งเสริมความแตกฉานทางสุขภาพ และความรับผิดชอบของผู้ป่วยทั้ง ขณะและภายหลังการรักษาเอานิ่วออก เพื่อป้องกันการกลับเป็นนิ่วซ้ำ
metadata.dc.description.abstractalternative: Purposes: To compare body mass index, chronic stress, health literacy, patient engagement and perception of person-centred care between recurrent and non-recurrent urolithiasis patients. Design: Comparative descriptive research design. Methods: The samples consisted of patients with urolithiasis after complete removal of stone at least six months, 150 recurrent and 150 non-recurrent. Data were collected using 5 questionnaires: Personal data record form, Perceived Stress scale, Health Literacy Questionnaire, Patient Activation Measure, and the Consultation Care Measure. Data were analyzed using descriptive statistics and a comparison Z-test. Main Findings: The findings showed that non-recurrent urolithiasis patients perceived chronic stress at low level (X = 6.25, SD = 4.86); an average score of health literacy was 439.21 (SD = 39.78), patient engagement was high level (X = 63.88, SD = 12.90) while those with recurrent urolithiasis perceived chronic stress at medium level (X = 12.75, SD = 5.23), an average score of health literacy was 336.07 (SD = 41.22 ), patient engagement was low level (X = 40.33, SD = 9.44). All of the three factors were significant different (p < .05) between two groups. While body mass index and the perception of a person-centred care were not significant different between two groups. Conclusion and recommendations: Nurses should organize health-promoting activities for urolithiasis patients during and after stone removal using various methods to reduce chronic stress, promote health literacy and patient engagement in order to prevent recurrent urolithiasis.
URI: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/25173
metadata.dc.identifier.url: https://www.tci-thaijo.org/index.php/ns/article/view/62037
Appears in Collections:NS-Article

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
ns-ar-suporn-2559.pdf208.75 kBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.