Please use this identifier to cite or link to this item: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/2813
Title: การพัฒนาทิศทางงานวิจัยในองค์การโดยใช้เทคนิค ZOPP และ Force Field Analysis
Other Titles: Development of Research Focus Area in Organization by Using ZOPP and Force Field Analysis Techniques
Authors: ศุภลักษณ์ วัฒนาเฉลิมยศ
สวัสดิรักษ์ ใสงาม
มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์. งานวิจัยและบริการวิชาการ
Keywords: ZOPP;Force field analysis;ทิศทางงานวิจัย;Journal of Professional Routine to Research;วารสารการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย;Open Access article
Issue Date: 2556
Citation: วารสารการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย. ปีที่ 1, (ส.ค. 2557), 12-22
Abstract: การกำหนดทิศทางการดำเนินงานวิจัยขององค์การ มีส่วนสำคัญในการทำให้องค์การมีเป้าหมายในการ ดำเนินงานวิจัยที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันโดยสอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศบนพื้นฐานของยุทธศาสตร์การ วิจัยระดับชาติและความต้องการของพื้นที่ การนำกระบวนการระดมความคิด Ziel Orientierte Projekt Planung (ZOPP/ซ็อพ) และเทคนิคการวิเคราะห์แรงผลัก แรงต้าน (Force Field Analysis: FFA) มาใช้ในการดำเนินการหา ทิศทางวิจัยในองค์การครั้งนี้ เป็นการนำกิจกรรมในรูปแบบใหม่ๆ มาใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาและหาข้อสรุปร่วมกัน จากความคิดเห็นที่หลากหลาย โดยผู้ร่วมกระบวนการทุกคนสามารถแสดงความคิดได้อย่างอิสระและเท่าเทียมกัน จากการเขียนความคิดเห็นลงในกระดาษและนำสู่การแปลผลตามค่าคะแนนที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ยังสามารถมองเห็น ระดับความรุนแรงโดยการจัดลำดับค่าน้ำหนักความสำคัญ และความเป็นไปได้ของแต่ละประเด็นทำให้สามารถ บริหารจัดการแผนการทำงานในระยะสั้น กลาง หรือยาวได้อย่างครอบคลุม ผลการใช้กระบวนการดังกล่าวในการพัฒนาทิศทางการวิจัยในองค์การพบว่า ได้ประเด็นปัญหาของพื้นที่ใน ชุมชนรอบองค์การที่มีความสำคัญและมีความเป็นไปได้ในการแก้ไข 3 ประเด็นหลัก และยังพบว่าสอดคล้องกับกลุ่ม เรื่องงานวิจัยที่องค์การต้องการมุ่งเน้นในจำนวน 12 กลุ่มเรื่อง นอกจากนี้ยังได้จัดอันดับความสำคัญสำหรับการ วางแผนงานจากข้อสรุปปัจจัยสนับสนุนในการทำงานวิจัย 8 ปัจจัย และปัจจัยอุปสรรค 9 ปัจจัย ซึ่งมีความสอดคล้อง กับหลักทรัพยาการบริหาร 4M (บุคลากรวิจัย, ทุนวิจัย, วัสดุอุปกรณ์วิจัยและการจัดการ) มีความพึงพอใจใน ภาพรวมของการจัดกิจกรรมพัฒนาทิศทางการวิจัยอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.13) เทคนิคการระดมความคิดเห็น มีความเหมาะสมในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.20) สามารถนำไปใช้ในการบริหารและพัฒนาของมหาวิทยาลัยได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ซึ่งทิศทางงานวิจัยที่ได้นั้นมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การวิจัยระดับชาติในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 3.87) และมีความเป็นไปได้ในการปฏิบัติในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 3.54) ในขณะที่ความเป็นไปได้ที่องค์การ สามารถส่งเสริมปัจจัยสนับสนุน และลดปัจจัยอุปสรรค อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย 3.46 และ 3.29) ผู้เข้าร่วม กิจกรรมเห็นว่าการจัดกิจกรรมพัฒนาเป้าหมายงานวิจัยมีประโยชน์ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 3.96) จึงสามารถ สรุปได้ว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมและผู้ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาทิศทางการวิจัยในครั้งนี้ เห็นด้วยและพึงพอใจกับการ พัฒนาทิศทางการวิจัย ผลการวิจัยดังกล่าวได้นำไปพัฒนาการปฏิบัติงานโดยพัฒนาระบบเครือข่ายงานวิจัย จัดเวที แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักวิจัย เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศการวิจัย รวมทั้งเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์ข่าวสารและ ทุนวิจัย นอกจากการนำทิศทางการวิจัยที่ได้นำเสนอกับผู้บริหารเพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินงานวิจัยแล้ว ยังนำ ผลลัพธ์ด้านปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยอุปสรรคไปสรุปเป็นแนวทางสนับสนุน 6 แนวทางเพื่อให้ผู้บริหารใช้ประกอบ นโยบายการส่งเสริมการดำเนินงานวิจัยด้วย
metadata.dc.description.abstractalternative: Strategic planning is an important aspect to help organizations set their areas of research. It helps t organizations focus on research which is consistent to the situation of the country based on national research strategies and local community requirements. The techniques “Ziel Orientierte Projekt Planung (ZOPP)” and “Force Field Analysis (FFA)” have been introduced to an organization and were used as procedures to determine areas of research as well as to ensure the organization’s research meets the need for the local community. Their procedures provide opportunities for participants to express their ideas under no pressure conditions by writing comments on the paper, which help summarize and structure the main elements of a project and highlight logical linkages between intended inputs, planned activities and expected results. This is clearly beneficial for management planning in the short medium and long terms. ZOPP and FFA were conducted in the chosen local community, and the results showed three major issues, in which the organization should focuses on to find a resolution, and twelve topics related to some research that the organization has been intending to focus on. The results have also found eight supporting factors and nine barrier factors, which are consistent with the management resource often referred to as 4M (research personnel, research grants, research materials, and management). Moreover, the participants were satisfied that the participation within the process was at a high level (mean 4.13), the appropriation of the process was at a high level (mean 4.20), the accordance to the national strategic of research was at a high level (mean 3.87), and the possibility of performing was at a high level (mean 3.54). However, the possibility of the organization to promote the supporting factors and reduce the barrier factors is at a medium level (mean 3.46 and 3.29). The result suggests that this brainstorming activity is appropriate to effectively determine the research focus area of the organization. The participants also agreed at a high level (mean 3.96) that the development of the ZOPP and FFA activities is useful. It may be concluded that this activity, with ZOPP and FFA techniques, can be used by organizations to conduct management research planning. The outcomes of this study have been profoundly beneficial to research networking by providing an opportunity for the researchers to exchange information and data, which enhances collaboration within the organization, distribute news, and research funding information. Additionally, the results from this study have been used to determined future research areas by presented the finding to administrators to serve as a framework for research and supporting management.
URI: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/2813
Appears in Collections:EN-Article

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
en-ar-sawatdirak-2557.pdf377.74 kBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.