Please use this identifier to cite or link to this item: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/2820
Title: การประเมินผลหลักสูตรฝึกอบรม ความรู้เกี่ยวกับการวิจัยทางสังคมศาสตร์
Other Titles: The Assessment of Social Research Training Course Evaluation
Authors: อภิสิทธิ์ คุณวรปัญญา
คำรณ โชธนะโชติ
มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะวิทยาศาสตร์
Keywords: การประเมินผลหลักสูตร;ความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาหลักสูตร;การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์;ประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน;Journal of Professional Routine to Research;วารสารการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย;Open Access article
Issue Date: 2557
Citation: วารสารการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย. ปีที่ 1, (ส.ค. 2557), 49-59
Abstract: การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลหลักสูตรฝึกอบรมความรู้เกี่ยวกับการวิจัยทางสังคมศาสตร์ ศึกษาความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาหลักสูตร การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ และประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของผู้ผ่านการ ฝึกอบรม ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรความรู้เกี่ยวกับการวิจัยทางสังคมศาสตร์ ใน ปีงบประมาณ 2556 จำนวน 31 คน ผู้บังคับบัญชา จำนวน 27 คน และเพื่อนร่วมงานของผู้ผ่านการฝึกอบรม จำนวน 29 คน รวมทั้งสิ้น 87 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และแบบทดสอบความรู้ก่อน-หลังการฝึกอบรม และภายหลังการฝึกอบรมเสร็จสิ้น 3 เดือน ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม จำนวน 3 ชุด ใช้กับผู้ผ่านการ ฝึกอบรม ผู้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงานของผู้ผ่านการฝึกอบรม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่า คะแนนเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบความแตกต่างของกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม และคำนวณค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการวิจัย พบว่า หลักสูตรความรู้เกี่ยวกับการวิจัยทางสังคมศาสตร์มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ทั้ง 5 ด้าน คือ ด้านวิทยากร ด้านเทคนิค/วิธีการฝึกอบรม ด้านหลักสูตรการฝึกอบรม ด้านสถานที่จัดฝึกอบรม และด้านการ จัดฝึกอบรม ผลการวิจัยด้านความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาหลักสูตร การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ และประสิทธิภาพการ ปฏิบัติงาน พบว่า ผู้ผ่านการฝึกอบรมได้รับความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาหลักสูตรในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง สามารถนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในระดับปานกลางถึงระดับมาก มีประสิทธิภาพการปฏิบัติงานอยู่ในระดับมาก และผลการทดสอบ สมมติฐานพบว่า ผู้ผ่านการฝึกอบรมที่มีปัจจัยส่วนบุคคลแตกต่างกัน มีคะแนนความรู้ที่ได้รับจากการฝึกอบรมไม่ แตกต่างกัน ผู้ผ่านการฝึกอบรมที่มีประเภทของผู้ปฏิบัติงานแตกต่างกันมีความคิดเห็นต่อความเหมาะสมของหลักสูตร แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผู้ผ่านการฝึกอบรมที่เพศ และหน่วยงานที่สังกัดแตกต่างกัน มีความรู้ความ เข้าใจในเนื้อหาหลักสูตรแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผู้ผ่านการฝึกอบรมที่เพศ ระดับการศึกษา และ ระยะเวลาปฏิบัติงานแตกต่างกัน มีการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผู้ผ่านการ ฝึกอบรมที่มีระดับการศึกษา และประเภทของผู้ปฏิบัติงานแตกต่างกัน มีประสิทธิภาพการปฏิบัติงานแตกต่างกันอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และผลการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาหลักสูตร กับการนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ พบว่า มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในทิศทางเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ 0.05 และผลการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาหลักสูตร กับประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน พบว่า มี ความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในทิศทางเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยผู้ผ่าน การฝึกอบรมมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการปฏิบัติงานในทางที่ดีขึ้น สามารถนำความรู้และเทคนิคต่างๆ ไปใช้ประโยชน์ ในการปฏิบัติงานและมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีข้อเสนอแนะให้เพิ่มระยะเวลาในการฝึกอบรม ทั้งภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติ ควรจัดฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง ควรเพิ่มตัวอย่างงานวิจัยประกอบการบรรยาย และควร จัดฝึกอบรมช่วงปิดภาคการศึกษา เพื่อที่จะมีเวลาเข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มมากขึ้น
metadata.dc.description.abstractalternative: The objectives of this research are to assess the social research training course, and learn the extent of the participants’ course content understanding, knowledge utilization, and change in work efficiency. The research participants consisted of 31 training course participants in the 2013 fiscal year generation, 27 supervisors of the participants, and 29 colleagues of the participants, for a total of 87 persons. To collect the data for analysis, three different sets of questionnaires were used for each group of participants. The data from the training course participants was collected three times via two data collecting methods; the data of the first two times were collected during the course using the questionnaire and the pre/post test, and the data from the last time were collected via the questionnaire three months after completing the course. Whilst the supervisors and the colleagues of the participants were requested to complete the questionnaire only once at the three months after the course point. The collected data was analyzed using the statistical values of percentage, mean, standard deviation, and compared the differences between the groups of the sample using the Pearson Correlation Coefficient, and set the p-value at 0.05. The analysis found that the Social Research Training Course was rated to be most appropriate in all five aspects which are: the speaker, the delivery technique or training procedures, the course programme, the training space, and the course organization of the organizers. The result from the analysis of course content understanding, knowledge utilization, and work efficiency reported that the course participants had a moderate level of understanding of the course content, moderate to high level of knowledge utilization, and high level of work efficiency after the training. The hypothesis testing at the p-value of 0.05 reported that different personal factors do not affect the resulting scores of the course participants. However, course participants of different worker types have different views toward the appropriate level of the course. At p=0.05, differences in participants’ gender and affiliation were found to affect the level of course content understanding, while differences in gender, education level, and working time in the organization of the course participants affect the level of knowledge utilization, and difference in education level and types of worker affect the level of work efficiency. Also, the relationship analyses at p=0.05 have reported a positive result between course content understanding and knowledge utilization as well as course content understanding and work efficiency as the course participants have improved their working habits, ability to utilize the acquired techniques and knowledge to their work, as well as their work efficiency have increased. Various feedback from the research participants suggested that the course should allocate more time for both theoretical and practical sessions; the training should be organized in a continuous manner; the discussion section should include more examples of research cases; and the course itself should be held during university holidays so that participants could have more available time to attend the training.
URI: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/2820
Appears in Collections:SC-Article

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
sc-ar-aphisit-2557.pdf398.88 kBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.