Simple jQuery Dropdowns
Please use this identifier to cite or link to this item: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/36925
Title: การประเมินประสิทธิผลของมาตรการระดับประเทศด้านสิ่งแวดล้อมให้ปลอดควันบุหรี่ในจังหวัดหนองคาย
Other Titles: The assessment of the effectiveness of the national measures for smoke-free environment in Nong Khai Province
Authors: สิริกร นามลาบุตร
วรานิษฐ์ ลำใย
Sirikorn Namlabut
Waranist Lamyai
มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
Keywords: ประสิทธิผล;มาตรการ;สิ่งแวดล้อมปลอดควันบุหรี่;วารสารกฎหมายสุขภาพและสาธารณสุข;Public Health & Health Laws Journal
Issue Date: 2561
Citation: วารสารกฎหมายสุขภาพและสาธารณสุข. ปีที่ 4, ฉบับที่ 2 (พ.ค.-ส.ค. 2561), 133-151
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิผลของมาตรการระดับประเทศ ศึกษา ปัญหา อุปสรรค มาตรการระดับประเทศด้านสิ่งแวดล้อมให้ปลอดควันบุหรี่ และ เสนอแนวทางพัฒนา ประสิทธิผลของมาตรการระดับประเทศด้านสิ่งแวดล้อมให้ปลอดควันบุหรี่ในจังหวัดหนองคาย เป็นการวิจัย เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลเชิงปริมาณ จำนวน 400 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ ครอบคลุมตามสถานที่ที่จัดเป็นเขตปลอดบุหรี่ ใช้แบบสอบถาม การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์ เชิงลึก ประกอบด้วย พระสงฆ์ ข้าราชการ ครู/อาจารย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้ประกอบการ ร้านอาหาร เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ตำรวจ รวม 14 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ค่าความถี่ ร้อยละ ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพ เป็นการวิเคราะห์และสรุปเนื้อหา ผลการศึกษา พบว่า การประเมินประสิทธิผลของมาตรการระดับประเทศด้านสิ่งแวดล้อมให้ ปลอดควันบุหรี่ในจังหวัดหนองคาย พบว่า สถานที่สาธารณะที่เป็นเขตปลอดบุหรี่ที่ต้องแสดงเครื่องหมายเขต ปลอดบุหรี่ตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดในภาพรวม ร้อยละ 57.00 แต่พบเห็นมีผู้สูบบุหรี่ใน เขตปลอดบุหรี่ ร้อยละ 68.50 และพบว่ามีอุปกรณ์ หรือ สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการสูบบุหรี่ คิดเป็น ร้อยละ 75.30 ดังนั้น ทุกภาคส่วนควรประสานงานและร่วมกันรณรงค์เพื่อลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ลง ควรแสดง สติ๊กเกอร์เครื่องหมายปลอดบุหรี่ แสดงไว้ตามจุดต่างๆ ที่เป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ ส่งเสริมจัดกิจกรรมโครงการ โรงพยาบาล “คลินิกอดบุหรี่” มีแผ่นพับ เนื้อหาพิษภัยจากบุหรี่ รณรงค์ในงานกีฬาสีโรงเรียน ในร้านอาหาร มีการติดป้ายห้ามสูบบุหรี่ให้ลูกค้าเห็นชัดเจน ปัญหา อุปสรรค การประชาสัมพันธ์ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ และไม่ต่อเนื่องการบังคับใช้กฎหมายบุหรี่ยังไม่เข้มข้น พฤติกรรมเลิกสูบบุหรี่ของบุคคลเป็นเรื่องยาก สำหรับ แนวทางพัฒนาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมาย ทางสื่อโทรทัศน์ วิทยุ อินเทอร์เน็ต จัดทำสื่อรณรงค์ แผ่นพับ ที่นำเสนอความรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายและเนื้อหาการรณรงค์ให้ปฏิบัติตาม กฎหมายอย่างเคร่งครัด จัดโครงการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ให้ปลอดควันบุหรี่ ให้กำหนดเป็นนโยบาย มาตรการ เพื่อประสิทธิผลของมาตรการระดับประเทศด้าน สิ่งแวดล้อมให้ปลอดควันบุหรี่ในจังหวัดหนองคาย ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ข้อเสนอแนะ พบว่า 1) หน่วยงานภาครัฐควรปรับแผนยุทธศาสตร์ในการทำงานด้านการ ควบคุมบุหรี่และป้องกันนักสูบหน้าใหม่ โดยให้การสนับสนุนงานในลักษณะส่วนบุคคล เครือข่าย 2) หน่วยงานภาครัฐควรสร้างความร่วมมือกับกลุ่มเครือข่ายในด้านกิจกรรมให้ความรู้ รณรงค์เกี่ยวกับพิษภัย บุหรี่ 3) การส่งเสริมการดำเนินงานจะต้องสอดคล้องและดำเนินงานไปพร้อมๆ กัน
metadata.dc.description.abstractalternative: This research project aims to assess the effectiveness of national measures, to study problems and obstructions of the existing national measures, and to propose guidelines to improve the effectiveness of the national measures for smoke-free environment in Nong Khai. It is an integrated research study using quantitative and qualitative methods. The research was conducted using quantitative data collection and a random sampling method for 400 respondents. The study covered locations that were classified as nonsmoking areas. Additionally, the qualitative data collection, through in-depth interviews, was carried out for 14 informants, consisting of: monk, government official agent, teacher, provincial health representatives, restaurant operator, district health promotion, and police officer. The data was collected and analyzed using descriptive statistics and percentages. Utilizing a qualitative method, the information from the in-depth interviews was also analyzed and summarized. The following results were obtained. No smoking area signs were not posted on public area 57.00%. 68.50% smokers found at the area of non-smoking. There was equipment or facilities for smoking were provided at the premises 75.30%. All involved authorities expressed their concerned and work together in order to reduce the number of smokers. Non-smoking stickers were displayed at various points in non-smoking areas. Hospitals initiated the “Smoking Cessation Clinic”. Some schools integrated campaigns in sport events to fight against cigarettes smoking. Restaurants displayed obvious non-smoking stickers. Despite all the efforts, there were some hindrances to a successful smoke-free environment due to discontinuous and limited publicity, unclear and lack of rigorous law enforcement on tobacco control, and smoking behavior of individuals. The recommend that all related agencies should extensively publicize smoking law. All the authorities concerned should organize some collaborative networking projects to exchange knowledge on how to create a smoking-free environment. For improving effectiveness of the national measures and enhancing smoke-free environment in Nong Khai, all the above recommendations should be developed into practical policies, sustainable measures, and viable activities/projects
URI: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/36925
metadata.dc.identifier.url: http://phad.ph.mahidol.ac.th/journal_law/4-2/06-Waranit.pdf
ISSN: 2408-249X
Appears in Collections:SH-Article

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
sh-ar-waranist-2561.pdf356.09 kBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.