Simple jQuery Dropdowns
Please use this identifier to cite or link to this item: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/43982
Title: ปัจจัยทำนายคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ 6-18 สัปดาห์
Other Titles: Predictors of Quality of Life during 6-18 Weeks among Patients with Post Coronary Artery Bypass Graft
Authors: พัชรี จิตเอื้ออังกูร
Patcharee Jitauraungkoon
นภาพร วาณิชย์กุล
Napaporn Wanitkun
สุพร ดนัยดุษฎีกุล
Suporn Danaidusadeekul
ธีรพงศ์ โตเจริญโชค
Teerapong Tocharoenchok
มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาการพยาบาลศัลยศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
Keywords: คุณภาพชีวิต;ความแตกฉานทางสุขภาพ;ความรับผิดชอบต่อสุขภาพของผู้ป่วย;การจัดการตนเอง;การรับรู้การดูแลแบบบุคคลเป็นศูนย์กลาง;วารสารพยาบาลศาสตร์;Journal of Nursing Science
Issue Date: 2560
Citation: วารสารพยาบาลศาสตร์. ปีที่ 35, ฉบับที่ 3 (ก.ค. - ก.ย. 2560), 106-119
Abstract: วัตถุประสงค์: ศึกษาอำนาจในการทำนายคุณภาพชีวิตของปัจจัยพื้นฐาน ความเสี่ยงในการผ่าตัดหัวใจ ความแตกฉานทางสุขภาพ ความรับผิดชอบต่อสุขภาพของผู้ป่วย การรับรู้การดูแลแบบบุคคลเป็นศูนย์กลาง และการจัดการตนเอง ในผู้ป่วยหลังผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ 6-18 สัปดาห์ รูปแบบการวิจัย: การวิจัยเชิงทำนาย วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วย จำนวน 162 คน ภายหลังผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ 6-18 สัปดาห์ ในโรงพยาบาลตติยภูมิ 2 แห่งในกรุงเทพมหานคร เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม จำนวน 6 ชุด ประกอบด้วย ข้อมูลส่วนบุคคล ความแตกฉานทางสุขภาพ ความรับผิดชอบต่อสุขภาพของผู้ป่วย การรับรู้การดูแลแบบบุคคลเป็นศูนย์กลาง การจัดการตนเอง และคุณภาพชีวิต วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติถดถอยพหุคูณแบบเชิงชั้น ผลการวิจัย: พบว่าคุณภาพชีวิตโดยรวมอยู่ในระดับดี (Mean = .74, SD = .14) ผลการวิเคราะห์อำนาจในการทำนายพบว่า เพศ ความรับผิดชอบต่อสุขภาพของผู้ป่วย การจัดการตนเอง และความแตกฉานทางสุขภาพ สามารถร่วมทำนาย คุณภาพชีวิตได้ร้อยละ 39.1 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) การจัดการตนเอง ความรับผิดชอบต่อสุขภาพของผู้ป่วย และความแตกฉานทางสุขภาพ อธิบายความแปรปรวนเหนือปัจจัยด้านเพศร้อยละ 35.1 สรุปและข้อเสนอแนะ: พยาบาลควรพัฒนาแผนการพยาบาลเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี สำหรับผู้ป่วยภายหลังผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ 6-18 สัปดาห์ ด้วยการส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีความแตกฉานทางสุขภาพ มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสุขภาพของตนเอง และมีจัดการสุขภาพด้วยตนเอง โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างเพศ
metadata.dc.description.abstractalternative: Purpose: To study predictive power of cardiac operative risk, health literacy, patient engagement, perceived person-centered care, and self-management on quality of life during 6 -18 weeks among patients with post coronary artery bypass graft surgery. Design: Predictive design. Methods: The subjects were 162 patients after 6-18 weeks of coronary artery bypass graft surgery at two tertiary hospitals in Bangkok. Data were collected using 6 questionnaires: demographic data, health literacy, patient health engagement, perceived person-centered care, self-management, and quality of life. Data were analyzed using hierarchical regression analysis. Main findings: The findings indicated that overall quality of life was good (Mean = .74, SD = .14). Regression analysis demonstrated that gender, self-management, patient engagement, and health literacy, accounted for 39.1% of the variance in quality of life (p < .05). Self-management, patient engagement, and health literacy explained the variance of quality of life above and beyond gender approximately 35.1%. Conclusion and recommendations: Nurses should develop a nursing care plan for patients during 6-18 weeks after CABG by improving their self-management behavior, health literacy, and engagement in their personal healthcare under consideration of their gender differences in order to have good quality of life.
URI: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/43982
metadata.dc.identifier.url: https://www.tci-thaijo.org/index.php/ns/article/view/116140/89470
Appears in Collections:NS-Article

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
ns-ar-napaporn-2560.pdf257.29 kBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.