Simple jQuery Dropdowns
Please use this identifier to cite or link to this item: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/44157
Full metadata record
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.authorเสรี สิงห์โงนen_US
dc.contributor.authorสาลินี จันทร์เจริญen_US
dc.contributor.authorSeree Sing-ngonen_US
dc.contributor.authorSalinee Chancharoenen_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว. งานสนับสนุนการศึกษาen_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว. ศูนย์วิจัยวิชาการด้านพัฒนาการมนุษย์en_US
dc.date.accessioned2019-06-26T02:10:37Z-
dc.date.available2019-06-26T02:10:37Z-
dc.date.created2562-06-26-
dc.date.issued2561-
dc.identifier.citationวารสาร Mahidol R2R e-Journal. ปีที่ 5, ฉบับที่ 2 (ก.ค.-ธ.ค. 2561), 95-107en_US
dc.identifier.urihttp://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/44157-
dc.description.abstractการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาระดับเหตุผลที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อ และเพื่อเปรียบเทียบ ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาเด็ก วัยรุ่น และ ครอบครัวที่มี เพศ อายุ สาขาวิชาที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ระดับคะแนนเฉลี่ย ประสบการณ์ทำงาน รายได้ สถานภาพสมรส แตกต่างกัน เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน การวิจัยเชิงปริมาณเก็บข้อมูลจากประชากรที่สมัครเข้าสอบคัดเลือกเพื่อเข้าศึกษา จำนวน 65 คน การวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่มีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์ จำนวน 10 คน วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณ t-test และ One-Way ANOVA สำหรับข้อมูลเชิงปริมาณ และใช้การวิเคราะห์ เนื้อหา จำแนก จัดกลุ่ม และแยกประเภทข้อมูลสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ ผลการศึกษาพบว่า เหตุผลที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อมากเป็นอันดับหนึ่งคือ ด้านความภาคภูมิใจ (x̄= 4.38) รองลงมาคือ ด้านหลักสูตรและวิชาการ (x̄= 4.16) ด้านความคาดหวังในอนาคต (x̄= 4.09) และด้านเศรษฐกิจและสังคม (x̄= 3.21) ผลการเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ สาขาวิชาที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ระดับคะแนนเฉลี่ย ประสบการณ์ทำงาน รายได้ สถานภาพสมรส ที่แตกต่างกันมีผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ยกเว้นด้านอายุที่แตกต่างกันมีผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05en_US
dc.language.isothen_US
dc.rightsมหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.subjectการตัดสินใจen_US
dc.subjectสาขาวิชาจิตวิทยาเด็ก วัยรุ่น และครอบครัวen_US
dc.subjectเลือกเข้าศึกษาต่อen_US
dc.subjectdecision makingen_US
dc.subjectstudyen_US
dc.subjectchilden_US
dc.subjectadolescent and family psychologyen_US
dc.titleปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาเด็ก วัยรุ่นและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.title.alternativeDetermining Factors in Making a Decision to Studying in the Master of Science Program in Child, Adolescent and Family Psychology, Mahidol Universityen_US
dc.typeResearch Articleen_US
dc.rights.holderสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.identifier.doi10.14456/jmu.2018.20-
dc.identifier.urlhttps://r2r.mahidol.ac.th/Publish/doi/5_2/2561_5_2_9.pdf-
dc.description.abstractalternativeThe purpose of this study is to study the level of reason influencing the decision making and compare the factors that influence the decision making to study in the master of science program in child, adolescent and family psychology based on different gender, age, bachelor degree, average score, work experience income and marital status. This study used the mixed method research design which integrated of quantitative and qualitative data collection and analysis. The Quantitative research collected data from 65 enrolled people. The quantitative research collected the data from 10 applicants who were qualified for interviewing for the master of science program in child, adolescent and family psychology. Descriptive statistics, t- test and One- Way ANOVA were used to analyze the quantitative data and content analysis, grouped and classified data were used to analyze the qualitative data. The result found that the reasons influencing decision making to study were pride ( x̄=4. 38) , curriculum and academic achievement (x̄=4.16), future expectation (x̄=4.05), and socioeconomic aspect (x̄=3.21) respectively. According to the result of comparison, there was no significant different between different personal factors such as gender, bachelor degree, average score, work experience, income and marital status and decision making to study at statistically significant difference 0.5. Exceptionally the age aspect, the was significant different age influenced the different making decision to study.en_US
Appears in Collections:CF-Article

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
cf-ar-seree-2561.pdf393.89 kBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.