Simple jQuery Dropdowns
Please use this identifier to cite or link to this item: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/48822
Full metadata record
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.authorเพชรรัตน์ เกิดดอนแฝกen_US
dc.contributor.authorบุญจันทร์ วงศ์สุนพรัตน์en_US
dc.contributor.authorอุมาพร อุดมทรัพยากุลen_US
dc.contributor.authorเฉลิมศรี นันทวรรณen_US
dc.contributor.authorPetcharat Kerdonfagen_US
dc.contributor.authorBoonchan Wongsunopparaten_US
dc.contributor.authorUmaporn Udomsubpayakulen_US
dc.contributor.authorChalermsri Nuntawanen_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. ภาควิชาพยาบาลศาสตร์en_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. สำนักงานวิจัย. กลุ่มงานระบาดวิทยาคลินิกและชีวสถิติen_US
dc.date.accessioned2020-01-10T09:13:15Z-
dc.date.available2020-01-10T09:13:15Z-
dc.date.created2563-01-10-
dc.date.issued2553-
dc.identifier.citationรามาธิบดีพยาบาลสาร. ปีที่ 16, ฉบับที่ 2 (พ.ค.-ส.ค. 2553), 169-184en_US
dc.identifier.issn0858-9739 (Print)-
dc.identifier.issn2672-9784 (Online)-
dc.identifier.urihttp://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/48822-
dc.description.abstractการศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้ความเสี่ยง ความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานตามเกณฑ์ และวิถีชีวิตที่ส่งเสริมสุขภาพในญาติสายตรงลำดับแรก ของผู้ที่เป็นเบาหวาน กลุ่มตัวอย่างเลือกแบบเจาะจงตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 400 ราย เป็น กลุ่มญาติสายตรงของผู้ที่เป็นเบาหวานจำนวน 200 รายและกลุ่มประชาชนทั่วไปจำนวน 200 ราย ทำการเก็บข้อมูลในโรงพยาบาลรามาธิบดีและพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลรามาธิบดี เก็บ ข้อมูลโดยสัมภาษณ์ตามแบบสอบถาม ในช่วงปี พ.ศ. 2551 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย ไคสแควร์ พบว่าการเป็นญาติสายตรงของผู้ที่เป็นเบาหวานไม่มีความสัมพันธ์กับการรับรู้ความ เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ส่วนระดับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานตามเกณฑ์มีความ สัมพันธ์กับการเป็นญาติสายตรงของผู้ที่เป็นเบาหวานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จากการทดสอบ ด้วย t-test พบว่า กลุ่มญาติสายตรงของผู้ที่เป็นเบาหวานมีคะแนนเฉลี่ยความเสี่ยงต่อการเกิด โรคเบาหวานตามเกณฑ์สูงกว่ากลุ่มประชาชนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่เป็นที่สังเกตว่า กลุ่มประชาชนทั่วไป มีความเสี่ยงต่อเบาหวานตามเกณฑ์ ในระดับสูง ถึงร้อยละ 39 นอกจากนี้ พบว่า การรับรู้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและระดับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานตาม เกณฑ์ไม่มีความสัมพันธ์กัน เมื่อเปรียบเทียบวิถีชีวิตที่ส่งเสริมสุขภาพ 6 ด้าน คือ ความรับผิดชอบ ต่อสุขภาพ การออกกำลังกาย โภชนาการ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล การพัฒนาทางจิตวิญญาณ การจัดการกับความเครียด ระหว่างสองกลุ่ม พบว่าไม่มีความแตกต่างกัน จากผลการศึกษาครั้งนี้ ทำให้ทีมบุคลากรสุขภาพควรปรับปรุงหรือค้นหากลยุทธ์ใหม่ในการที่จะทำให้ผู้ที่มีความเสี่ยง ต่อการเกิดโรคเบาหวาน และประชาชนทั่วไปที่ยังไม่เกิดโรคเบาหวาน มีความตระหนักถึงการมี พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพที่เหมาะสมต่อการป้องกันการเกิดโรคเบาหวานให้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อ เป็นลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานในอนาคตen_US
dc.language.isothen_US
dc.rightsมหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.subjectการรับรู้ความเสี่ยงen_US
dc.subjectความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานตามเกณฑ์en_US
dc.subjectวิถีชีวิตที่ส่งเสริมen_US
dc.subjectสุขภาพen_US
dc.subjectญาติสายตรงลำดับแรกen_US
dc.subjectเบาหวานen_US
dc.subjectPerceived risken_US
dc.subjectCriteria-based risk to diabetes mellitusen_US
dc.subjectHealth-promoting lifestylesen_US
dc.subjectFirst degree relativesen_US
dc.subjectDiabetes mellitusen_US
dc.titleการรับรู้ความเสี่ยง ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานตามเกณฑ์ และวิถีชีวิตที่ส่งเสริมสุขภาพในญาติสายตรงลำดับแรกของผู้ที่เป็นเบาหวานen_US
dc.title.alternativePerceived Risk, Criteria-Based Risk to Diabetes Mellitus, and Health-Promoting Lifestyles in the First Degree Relatives of Persons with Diabetes Mellitusen_US
dc.typeResearch Articleen_US
dc.rights.holderภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.rights.holderกลุ่มงานระบาดวิทยาคลินิกและชีวสถิติ สำนักงานวิจัย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.identifier.urlhttps://med.mahidol.ac.th/nursing/jns/LinkDownload.php?LinkID=399&Y_Out=2553-
dc.identifier.urlhttps://www.tci-thaijo.org/index.php/RNJ/article/view/8954/7624-
dc.description.abstractalternativeThe purpose of this descriptive study was to explore perceived risk, criteria-based risk to diabetes mellitus, and health-promoting lifestyle in the first degree relatives of patients with diabetes mellitus. Four hundred cases with purposive sampling were recruited—200 first degree relatives of persons with diabetes mellitus and 200 lay people. The study was conducted from January to December 2008 in Ramathibodi Hospital and catchment areas. Data collection was conducted in 2008 using four questionnaires. Using chi-square test, results showed that being the first degree relatives of persons with diabetes was not significantly correlated with perceived risk to diabetes. However, criteria-based risk to diabetes and being the first degree relatives of persons with diabetes were significantly correlated. Using t test, results revealed that the mean score of criteria-based risk to diabetes in the first degree relatives of persons with diabetes was significantly higher than that in the lay people. However, it is noted that 39% of the lay people were in the high level of criteria-based risk. In addition, perceived risk to diabetes and criteria-based risk to diabetes were not significantly correlated. When the mean scores of the health-promoting lifestyle for 6 dimensions (health responsibility, physical activity, nutrition, interpersonal support, spiritual growth, and stress management) between both groups were compared, no significant differences were found. These findings suggested that health care providers need to implement appropriate strategies for the first degree relatives of persons with diabetes mellitus and lay people at risk to engage in healthy lifestyles in order to decrease risks to diabetes in the future.en_US
dc.email.authorrapum@mahidol.ac.then_US
Appears in Collections:RA-Article

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
ra-ar-petcharat-2553.pdf363.64 kBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.