Simple jQuery Dropdowns
Please use this identifier to cite or link to this item: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/62035
Title: การประเมินผลการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยภาวะเซพซิสต่อผลลัพธ์ทางคลินิกในหอผู้ป่วยอายุรกรรม
Other Titles: Evaluation of the Utilization of Nursing Practice Guidelines for Sepsis Management on Clinical Outcomes among Patients with Sepsis in Medical Units
Authors: ธารทนา วงษ์ทวี
อภิญญา ศิริพิทยาคุณกิจ
สุนทรี เจียรวิทยกิจ
Tarntana Wongtawee
Apinya Siripitayakunkit
Soontaree Jianvitayakij
มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี
Keywords: แนวปฏิบัติทางการพยาบาล;ภาวะเซพซิส;ผลลัพธ์ทางคลินิก;ความรุนแรงของการเกิดอวัยวะล้มเหลว;ภาวะช็อกจากการติดเชื้อ;Nursing practice guidelines;Sepsis,;Clinical outcomes;Severity of organ failure;Septic shock
Issue Date: 2563
Citation: รามาธิบดีพยาบาลสาร. ปีที่ 26, ฉบับที่ 2 (พ.ค.-ส.ค. 2563), 155-171
Abstract: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองเพื่อศึกษาผลการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาลในการ ดูแลผู้ป่วยภาวะเซพซิสต่อความรุนแรงของการเกิดอวัยวะล้มเหลวและการเกิดภาวะช็อกจากการติดเชื้อ ใช้กรอบแนวคิดของโดนาบีเดียนกลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยที่มีภาวะเซพซิส จำนวน 32 ราย และพยาบาล ในหอผู้ป่วยอายุรกรรม จำนวน 43 ราย ช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. 2561 ถึง มกราคม พ.ศ. 2562 เครื่องมือที่ใช้คือ แนวปฏิบัติทางการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยภาวะเซพซิส และเก็บรวบรวมข้อมูล ด้วย แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลและแบบประเมินการปฏิบัติการพยาบาล ความรุนแรงของการเกิด อวัยวะล้มเหลว การเกิดภาวะช็อกจากการติดเชื้อ และความเป็นไปได้ในการนำแนวปฏิบัติไปใช้ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยายและสถิติแมนน์-วิทนีย์ยูผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยเมื่อเกิดภาวะ เซพซิสจะมีอาการและอาการแสดง คือ มีไข้ทุกราย ส่วนใหญ่ มีค่าความดันซิสโตลิก ต่ำกว่า 100 มิลลิเมตรปรอท หายใจเร็ว และเกือบครึ่งหนึ่งมีหัวใจเต้นเร็ว ส่วนการปฏิบัติการพยาบาลที่ไม่ครบ ถ้วน คือ การบันทึกค่าความดันโลหิตเฉลี่ย การให้ยาปฏิชีวนะภายใน 1 ชั่วโมง และการใช้อุปกรณ์ ติดตามขณะเคลื่อนย้ายตามลำดับ ภายหลังใช้แนวปฏิบัติผู้ป่วยมีค่าเฉลี่ยลำดับความรุนแรงของการ เกิดอวัยวะล้มเหลวในชั่วโมงที่ 48 แตกต ่างจากจุดเริ่มต้น มีผู้ป ่วยเกิดภาวะช็อกจากการ ติดเชื้อประมาณร้อยละ 10 ได้รับการส่งต่อไปหอผู้ป่วยวิกฤตภายในเวลา 6 ชั่วโมงจากการศึกษาครั้งนี้ พยาบาลมีความพึงพอใจและเห็นว่าแนวปฏิบัติมีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้อย่างไรก็ตาม ควรกำหนดแนวทางในการจัดการให้ผู้ป่วยได้รับยาปฏิชีวนะภายใน 1 ชั่วโมงจัดอบรมความรู้ในการ ดูแลผู้ป่วยภาวะเซพซิสแก่พยาบาล และควรพัฒนาแนวปฏิบัติร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพเพื่อเพิ่ม คุณภาพการดูแลผู้ป่วยเซพซิส
metadata.dc.description.abstractalternative: This quasi-experimental research aimed to evaluate the utilization of nursing practice guidelines for sepsis management on clinical outcomes among patients with sepsis. Donabedian’s model was used as a conceptual framework for the implementation of guidelines. The samples consisted of 32 patients with sepsis and 43 medical staff nurses who were recruited for this study from September 2019 to January 2020. The research instrument included the Nursing Practice Guidelines for Sepsis Management, the Personal Data Recording Form, the Nursing Care’ s Checklist Form, the Sequential Organ Failure Assessment (SOFA) Form, the Septic Shock Assessment Form, and the Feasibility of Nursing Practice Guidelines for Implementing in Medical Units Questionnaire. Descriptive statistics and Mann-Whitney U test were used to analyze the data. The results showed that the most common signs and symptoms of patients with sepsis were fever, SBP lower than 100 mmHg, tachypnea, and tachycardia, respectively. Almost all of the nurses practiced and followed the guidelines. However, some activities that did not completely adhere to the guidelines included recording of mean arterial pressure, giving broad-spectrum antibiotics within one hour, and monitoring of patients during the transfer, respectively. After using the guidelines, the level of SOFA decreased in 48 hours as compared to the baseline SOFA scores. Approximately 10% of sepsis patients turned to have septic shock and were transferred to the ICU within 6 hours. From this study, most nurses were satisfied with the guidelines and reported that it is feasible to manage the sepsis. However, the more specific guidelines that should be developed include the protocol of early antibiotic administration within one hour, the training program for nurses to care for patients with sepsis, and practice guidelines in collaboration with the multidisciplinary team to improve the care quality in patients with sepsis.
URI: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/62035
metadata.dc.identifier.url: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RNJ/article/view/241869/170193
ISSN: 0858-9739 (Print)
2672-9784 (Online)
Appears in Collections:RA-Article

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
ra-ar-apinya-2563-1.pdf4.52 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.