Simple jQuery Dropdowns
Please use this identifier to cite or link to this item: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/72010
Title: ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีของนักเรียนอาชีวศีกษา ในจังหวัด พัทลุง
Other Titles: Factors Related to Sexual risk Taking Behaviour of HIV infection Among Vocational Education Students in Phatthalung Province
Authors: ปัทมา รักเกื้อ
สุปรียา ตันสกุล
พูนสุข ช่วยทอง
วงเดือน ปั้นดี
มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาอนามัยครอบครัว
มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาปรสิตวิทยา
Keywords: พฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี;นักเรียนอาชีวศึกษา;จังหวัดพัทลุง
Issue Date: 2553
Citation: วารสารสุขศึกษา. ปีที่ 33, ฉบับที่ 115 (พ.ค.- ส.ค. 2553), 40-
Abstract: การวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวาง (Cross-Sectional Survey Research) นี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีของนักเรียน อาชีวศึกษา ในจังหวัดพัทลุง โดยประยุกต์กรอบแนวคิด PRECEDE Framework เป็นแนวทางใน การกำหนดกรอบการศึกษาวิจัย กลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน เลือกโดยการสุ่มแบบชั้นภูมิ (Stratified Sampling) เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ให้นักเรียนตอบด้วยตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ไค-สแควร์ (Chi-Square) และการทดสอบ ANOVA ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี ร้อยละ 58.5 การมีเพศสัมพันธ์ที่ผ่านมานั้น ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ร้อยละ 31.8 ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรม ทางเพศที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี ด้านปัจจัยนำ ได้แก่ เพศ อายุ ระดับชั้นที่เรียน ประเภทวิชาที่เรียน เจตคติต่อพฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี และการควบคุมตนเอง ปัจจัยเอื้อ ได้แก่ บุคคลที่นักเรียนพักอาศัยอยู่ด้วย การดื่มสุราหรือเครื่องดื่มมึนเมา การไปเที่ยวและการเข้าถึงสถานบันเทิง สถานเริงรมย์ และสถานบริการ ที่พักชั่วคราวอื่นๆ การเปิดรับและการเข้าถึงสื่อที่ปลุกเร้า อารมณ์ทางเพศ และความสะดวกในการ เข้าถึงถุงยางอนามัยจากแหล่งต่างๆ และปัจจัยเสริม ได้แก่ การสื่อสารเรื่องเพศ ในครอบครัวมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ข้อเสนอแนะจากการวิจัยด้านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา ควรบังคับใช้กฎหมายหรือ กฎระเบียบต่างๆ อย่างเคร่งครัดทั้งการจัดระเบียบหอพัก การควบคุมการจำหน่ายสุราและการควบคุม สถานบันเทิง การจัดโปรแกรมสุขศึกษา ควรเน้นเรื่องการเสริมสร้างเจตคติทางเพศที่ดีงาม การควบคุมตนเอง และทักษะการใช้ถุงยางอนามัย โดยต้องใช้ให้ถูกวิธีและใช้ทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
metadata.dc.description.abstractalternative: This cross-sectional survey research was aimed at studying the factors related to sexual risk-taking behaviour of HIV infection among vocational education students in Phatthalung Province. The PRECEDE Framework was applied for developing the research conceptual framework. The sample was 400 vocational education students selected by stratified random sampling. The data were collected by using self-administered questionnaires. Chi-Square and ANOVA were used for analyzing the data. The results showed that 58.5 percent of the sample had engaged in sexual behaviours putting them at risk of HIV infection. For their most recent sexual relationship, 31.8 percent were found to use a condom everytime, while 47.1 percent used a condom correctly in every step. The predisposing factors that were found to be related to sexual risk behavior connected with HIV infection were: gender, age, class level, major field of study, attitudes toward sexual risk behavior of HIV infection, and self-control. The enabling factors that were found to relate to sexual risk behavior of HIV infection were: the person whom the students stay with, alcohol consumption, frequenting and having access to nighttime entertainment establishments and various temporary accommodations, access to pornography, and convenient access to condoms. The reinforcing factor found to relate to sexual risk behavior was sex-related communication in the family. The recommendations were that the organizations related to the educational institution should enforce the laws or regulations strictly in regards to management of the students’ dormitory, control the sale of alcoholic beverages, and control access to nighttime entertainment establishments. In regards to organizing a health education program, emphasis should be on promoting positive sex-related attitudes, self-control, and skills of using a condom correctly and everytime when having sexual relations.
Description: Fulltext is not available.
URI: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/72010
Appears in Collections:PH-Article

Files in This Item:
There are no files associated with this item.


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.