Simple jQuery Dropdowns
Please use this identifier to cite or link to this item: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/8770
Full metadata record
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.authorดวงรัตน์ วัฒนกิจไกรเลิศen_US
dc.contributor.authorDoungrut Wattanakitkrilearten_US
dc.contributor.authorจงจิต เสน่หาen_US
dc.contributor.authorChongjit Sanehaen_US
dc.contributor.authorรุ้งนภา ผาณิตรัตน์en_US
dc.contributor.authorRungnapa Panitraten_US
dc.contributor.authorกลิ่นชบา สุวรรณรงค์en_US
dc.contributor.authorKlinchaba Suvarnarongen_US
dc.contributor.authorพรรณิภา สืบสุขen_US
dc.contributor.authorPannipa Suebsuken_US
dc.contributor.authorเดช เกตุฉ่ำen_US
dc.contributor.authorDet Kedchamen_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์en_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียนen_US
dc.date.accessioned2018-02-21T08:13:17Z-
dc.date.available2018-02-21T08:13:17Z-
dc.date.created2018-02-21-
dc.date.issued2554-
dc.identifier.citationวารสารพยาบาลศาสตร์. ปีที่ 29 (ฉ. เพิ่มเติม 2), ฉบับที่ 3 (ก.ค - ก.ย. 2554), 133-142en_US
dc.identifier.urihttp://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/8770-
dc.description.abstractวัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพของตํารวจ รูปแบบการวิจัย: การวิจัยหาความสัมพันธ์เชิงทํานาย วิธีดําเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตํารวจจํานวน 82 นาย จากสถานีตํารวจนครบาล 2 แห่ง ในเขตบางกอกน้อย เครื่องมือในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การรับรู้ประโยชน์ในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การรับรู้สมรรถนะในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การรับรู้อุปสรรคในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัย: การรับรู้สมรรถนะในตนเองในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ และการรับรู้ประโยชน์ในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ มีความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสําคัญกับการปฏิบัติพฤติกรรมสร้าง เสริมสุขภาพ (r = .695 และ r = .514, p < .01 ตามลําดับ) การรับรู้อุปสรรคในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพมีความสัมพันธ์ทางลบอย่างมีนัยสําคัญกับการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ (r = - .349, p < .01) การรับรู้สมรรถนะในตนเองในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพเพียงตัวแปรเดียวที่สามารถทํานายการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพได้อย่างมีนัยสําคัญ (p < .01) การรับรู้สมรรถนะในตนเอง การรับรู้ประโยชน์ และการรับรู้อุปสรรคในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพสามารถร่วมกันทํานายการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพได้ร้อยละ 50.8 อย่างมีนัยสําคัญ (p < .05) สรุปและข้อเสนอแนะ: ผลการวิจัยที่ได้พบว่าการรับรู้สมรรถนะในตนเองในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพสามารถทํานายการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพได้อย่างมีนัยสําคัญ พยาบาลจึงควร พัฒนากิจกรรมการพยาบาลเพื่อส่งเสริมให้ตํารวจเกิดความตระหนักในการสร้างเสริมสุขภาพ และสร้างการรับรู้สมรรถนะในตนเองในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพen_US
dc.description.sponsorshipได้รับทุนสนับสนุนจากสํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)en_US
dc.language.isothen_US
dc.rightsมหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.subjectพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพen_US
dc.subjectการรับรู้อุปสรรคen_US
dc.subjectการรับรู้ประโยชน์en_US
dc.subjectการรับรู้สมรรถนะในตนเองen_US
dc.subjectตํารวจen_US
dc.subjectวารสารพยาบาลศาสตร์en_US
dc.subjectJournal of Nursing Scienceen_US
dc.subjectOpen Access articleen_US
dc.titleปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพของตํารวจไทยen_US
dc.title.alternativeFactors Influencing Health Promotion Behaviors of Thai Police Officersen_US
dc.typeArticleen_US
dc.rights.holderคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.identifier.urlhttps://www.tci-thaijo.org/index.php/ns/article/view/2882-
dc.description.abstractalternativePurpose: This study aimed to examine health promotion behaviors and factors influencing health promotion behaviors of Thai police officer.Design: A correlational predictive study design.Methods: Participants comprised 82 police officers in two metropolitan police stations, Bangkoknoi District, Bangkok, Thailand. The research instruments included a demographic and health status questionnaire, health promotion behaviors questionnaire, perceived self-efficacy, perceived benefits and barriers to perform health promotion behaviors questionnaires. The data were analyzed using descriptive statistics and multiple regression.Main findings: The participants’ age ranged from 23-58 years old. Perceived self-efficacy and perceived benefits to perform health promotion behaviors were positively and significantly correlated with health promotion behaviors (r = .695 and r = .514, p < .01, respectively). Perceived barriers to perform health promotion behaviors had a significant negative relationship with health promotion behaviors (r = - .349, p < .01). Only perceived self-efficacy to perform health promotion behaviors significantly predicted health promotion behaviors (p < .01). The three factors could explain 50.8% of the variance in health promotion behaviors (p < .05).Conclusion and recommendations: The results demonstrated that perceived self efficacy was a significant predictor of health behaviors. Nurses should therefore develop nursing interventions to enhance awareness and self efficacy among police officers to perform health promotion behaviors.en_US
Appears in Collections:NS-Article

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
ns-ar-doungrut-2554.pdf2.06 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.