Simple jQuery Dropdowns
Please use this identifier to cite or link to this item: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/9912
Title: ผลของการดูแลโดยให้ครอบครัวเป็นศูนย์กลางต่อการรับรู้ สมรรถนะในการมีส่วนร่วมดูแลบุตร และความพึงพอใจต่อบริการพยาบาลของมารดาในหออภิบาลทารกแรกเกิด
Other Titles: Effects of Family-centered Care on Self-efficacy in Participatory Involvement in Newborn Care and Satisfaction Towards Nursing Service of Mothers in NICU
Authors: ปาริชาติ ดํารงค์รักษ์
Parichat Damrongrak
ทัศนี ประสบกิตติคุณ
Tassanee Prasopkittikun
ฟองคํา ติลกสกุลชัย
Fongcum Tilokskulchai
โสภาพรรณ เงินฉ่ำ
Sopapan Ngerncham
มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์
Keywords: การดูแลโดยให้ครอบครัวเป็นศูนย์กลาง;ความพึงพอใจ;การรับรู้สมรรถนะของตนเอง;วารสารพยาบาลศาสตร์;Journal of Nursing Science;Open Access article
Issue Date: 2555
Citation: วารสารพยาบาลศาสตร์. ปีที่ 30, ฉบับที่ 2 (เม.ย. -มิ.ย. 2555), 70-79
Abstract: วัตถุประสงค์:เพื่อศึกษาผลของการดูแลโดยให้ครอบครัวเป็นศูนย์กลางต่อการรับรู้สมรรถนะของตนเองในการมีส่วนร่วมดูแลบุตร และความพึงพอใจในบริการพยาบาลของมารดาทารกเกิดก่อนกําหนดที่เข้ารับการรักษาในหออภิบาลทารกแรกเกิด โรงพยาบาลศิริราช รูปแบบการวิจัย:เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง วิธีดําเนินการวิจัย:กลุ่มตัวอย่างคือ มารดาทารกเกิดก่อนกําหนดในหออภิบาลทารกแรกเกิด จํานวน 40 คน แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองกลุ่มละ 20 คน กลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติ กลุ่มทดลองได้รับการพยาบาลตามแนวคิดการดูแลโดยให้ครอบครัวเป็นศูนย์กลางเป็นเวลา 4 วัน รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบบันทึกข้อมูลของมารดาและทารกแบบสอบถามการรับรู้สมรรถนะของตนเองในการมีส่วนร่วมดูแลบุตรในหออภิบาลทารกแรกเกิด และแบบสอบถามความพึงพอใจต่อบริการพยาบาล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วมโดยให้คะแนนก่อนการทดลองเป็นตัวแปรร่วม และการทดสอบทีผลการศึกษา: คะแนนเฉลี่ยการรับรู้สมรรถนะของตนเองในการมีส่วนร่วมดูแลบุตรภายหลังการทดลอง และคะแนนความพึงพอใจต่อบริการพยาบาลแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสําคัญทางสถิติ (p = .664 และ p = .551 ตามลําดับ) เมื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยการรับรู้สมรรถนะของตนเองในการมีส่วนร่วมดูแลบุตรรายด้านภายในแต่ละกลุ่ม พบว่า ทั้งกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองมีคะแนนเพิ่มขึ้นทุกด้าน ยกเว้นด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่พบว่าภายหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p = .001) เฉพาะในกลุ่มทดลองเท่านั้น สรุปและข้อเสนอแนะ: ควรนํากิจกรรมที่ส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะของตนเองในการมีส่วนร่วมดูแลบุตรด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลมาใช้ในการปรับปรุงการพยาบาล และควรมีการศึกษาเพิ่มเติมในประเด็นความต้องการที่ไม่ได้รับการตอบสนองของผู้ป่วยและครอบครัว เพื่อนํามาพัฒนากิจกรรมการพยาบาลให้มีลักษณะของการดูแลโดยให้ครอบครัวเป็นศูนย์กลางมากขึ้น
metadata.dc.description.abstractalternative: Purpose: To study the effects of family-centered care on self-efficacy in participatory involvementin newborn care and maternal satisfaction towards nursing service in the NICU, Siriraj Hospital,Thailand.Design: Quasi-experimental research, two groups with pretest and post-test.Methods: The study subjects included 40 mothers with preterm newborns in the NICU, who weredivided into a control group and an experimental group with 20 mothers each. The control groupreceived routine nursing care only while the experimental group received nursing care according to thefamily-centered care concept over a period of 4 days. Data was collected by using the personal datarecord form, the self-efficacy in participatory involvement in newborn care, and the satisfaction towardsnursing service questionnaires. Data were analyzed by using analysis of covariance (ANCOVA) withpretest scores as covariate, and t-test.Main findings: The average scores of perceived self-efficacy in participatory involvement in newborn care and the average scores of satisfaction towards nursing service of both study groups werenot significantly different (p = .664 and p = .551, respectively). Compared to that at pretest, eachdimension of the perceived self-efficacy was significantly higher at posttest in both groups with theexception of an information sharing dimension which was found to be higher in the experimental grouponly.Conclusion and recommendations: The activities promoting perceived self-efficacy in information sharing should be implemented to improve routine nursing care. For a further study, unmetneeds of patients and families should be examined for improving nursing care activities towards morefamily-centered care.
URI: http://repository.li.mahidol.ac.th/dspace/handle/123456789/9912
metadata.dc.identifier.url: https://www.tci-thaijo.org/index.php/ns/article/view/10294
Appears in Collections:NS-Article

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
ns-ar-tassanee -2555.pdf582.67 kBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.