สุรชาติ ณ หนองคายฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญนิทัศน์ ศิริโชติรัตน์ปิยะมาศ สุดชาขำ2024-01-122024-01-12255925672559วิทยานิพนธ์ (วท.ม. (การบริหารกฎหมายการแพทย์และสาธารณสุข))--มหาวิทยาลัยมหิดล, 2559https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/92559การบริหารกฎหมายการแพทย์และสาธารณสุข (มหาวิทยาลัยมหิดล 2559)การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการให้ข้อมูลตามสิทธิ ผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพของสถาบันสุขภาพแห่งหนึ่ง จำนวน 249 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) โดยใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการศึกษาพบว่าความรู้เรื่องสิทธิผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพสถาบันสุขภาพแห่งหนึ่งส่วนใหญ่มีคะแนนเฉลี่ยค่าระดับมาก (Mean = 9.13) การตระหนักต่อการให้ข้อมูลตามสิทธิผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพสถาบันสุขภาพแห่งหนึ่ง มีค่าเฉลี่ยในระดับมาก (Mean = 4.35) การให้ข้อมูลตามสิทธิผู้ป่วยในภาพรวมของการศึกษาครั้งนี้ มีค่าเฉลี่ยในระดับมาก (Mean = 3.73 )และจากการทดสอบสมมติฐานพบว่าความรู้เรื่องสิทธิผู้ป่วยไม่มีความสัมพันธ์กันกับการให้ข้อมูลตามสิทธิผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพของสถาบันสุขภาพแห่งหนึ่ง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .084, P < 0.01) การตระหนักมีความสัมพันธ์กันในทางบวกกับการให้ข้อมูลตามสิทธิผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพของสถาบันสุขภาพแห่งหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .616, P < 0.01) และสภาพแวดล้อมในการทำงานมีความสัมพันธ์กันในทางบวกกับการให้ข้อมูลตามสิทธิผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพของสถาบันสุขภาพแห่งหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .168, P<0.01) ข้อเสนอแนะจากผลการวิจัยคือการจัดสิ่งแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อการให้ข้อมูลตามสิทธิผู้ป่วยเและส่งเสริมการทำวิจัยในหน่วยงานของพยาบาลวิชาชีพเพิ่มขึ้นThis quantitative study aimed to investigate the practice in providing information in compliance with the declaration of Patients' Rights among 249 registered nurses in an institute of health recruited through a purposive sampling. The statistics used were percentage, mean, standard deviation, and Pearson's Correlation Coefficient. Study results showed that the mean score of knowledge about the Patients' Rights among these registered nurses was in a high level (Mean=9.13). The mean score of their awareness about the necessity of providing information in compliance with the declaration was in a high level (Mean=4.35). The mean score of the overall practice in providing information in such a manner by these registered nurses was in a high level (Mean=3.73). Hypothesis testing revealed that their knowledge about the Patients' Rights did not significantly have an association with their practice in providing information in compliance with the declaration (r=0.084, P<0.01). Their awareness about necessity of providing information significantly had a positive association with their practice in providing information (r=.616, P<0.01). Their work environment significantly had a positive association with their practice in providing information (r=0.168, P<0.01). The study suggested that work environment should be more favorable for the provision of information in compliance with this declarationก-ซ, 102 แผ่น : ภาพประกอบapplication/pdfthaผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าพยาบาลวิชาชีพสภาพแวดล้อมในการทำงานสิทธิผู้ป่วยการให้ข้อมูลตามสิทธิผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพของสถาบันสุขภาพแห่งหนึ่งProviding of information on the patient's rights by registered nurses in an institute of healthMaster Thesisมหาวิทยาลัยมหิดล