ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญนิทัศน์ ศิริโชติรัตน์อุกฤษฏ์ มิลินทางกูรภัคคพงศ์ วงศ์คำ2024-01-122024-01-12255925672559สารนิพนธ์ (วท.ม. (สาธารณสุขศาสตร์))--มหาวิทยาลัยมหิดล, 2559https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/92576สาธารณสุขศาสตร์ (มหาวิทยาลัยมหิดล 2559)การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางในการพัฒนานโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลแบบประคับประคองสำหรับประเทศไทย โดยศึกษาจากเอกสารทางวิชาการและประสบการณ์ของต่างประเทศแล้วนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนานโยบายและกฎหมายของรัฐ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ เมื่อศึกษาแนวทางในการพัฒนาระบบการดูแลแบบประคับประคองที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและประสบการณ์ของประเทศอินเดียและไต้หวัน สรุปว่าได้แนะนำให้รัฐต่างๆ ดำเนินการในเรื่อง (1) พัฒนานโยบายระดับชาติในเรื่องการดูแลแบบประคับประคอง (2) พัฒนาบุคคลากรด้านสุขภาพให้มีความรู้และความเข้าใจในเรื่องการดูแลแบบประคับประคอง (3) พัฒนาระบบการเข้าถึงยากลุ่ม Opioids (4) มีกฎหมายที่สนับสนุนระบบการดูแลแบบประคับประคองในประเทศ เมื่อนำข้อสรุปดังกล่าวมาใช้ในการพิจารณานโยบายและกฎหมายของไทยพบว่า (1) กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่สำคัญในระบบบริการ สุขภาพเพิ่งตื่นตัวและมีนโยบายในเรื่องการดูแลแบบประคับประคอง (2) เริ่มมีการพัฒนาองค์ความรู้ในเรื่องการดูแลแบบประคับประคองในวิชาชีพพยาบาล แพทย์ และนักสังคมสงเคราะห์ (3) มีระบบการบริหารจัดการและการเข้าถึงยากลุ่ม Opioids แต่ยังมีปัญหาในการบริหารจัดการ และความเข้าใจผิดในข้อกฎหมาย (4) ควรมีการพัฒนานโยบายและกฎหมายที่เอื้อต่อการบริหารจัดการการดูแลแบบประคับประคอง ดังนั้นจึงควรดำเนินการพัฒนานโยบายและกฎหมายที่สนับสนุนการดำเนินงานในเรื่องการดูแลแบบประคับประคองในมิติต่างๆ พัฒนาบุคลากรด้านสุขภาพให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการดูแลแบบประคับประคอง แก้ไขกฎหมายและพัฒนาระบบบริหารจัดการยากลุ่ม Opioids เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยา รวมทั้งพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านงบประมาณ ระบบการส่งต่อผู้ป่วย การยืมเครื่องมือทางการแพทย์ไปใช้ในการดูแลแบบประคับประคองที่บ้าน การยุติการรักษา(Withhold and withdraw) การดำเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขของผู้ป่วย การออกหนังสือรับรองการตายและใบมรณะบัตร ทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับระบบริการสุขภาพของประเทศที่จะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายของสังคมผู้สูงอายุ การขยายตัวของสังคมเมืองและอัตราผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆThis qualitative research aimed to study the guidelines on development of policies and laws related to Thai palliative care by reading academic documents and foreign experiences to use as guidelines on the development of public policies and law. The research results could be concluded as follows: According to the study of the internationally recognized guidelines on the development of a palliative care system and related experiences in India and Taiwan, the researcher found that various states were advised to 1) develop a national policy on palliative care, 2) develop health staff to have knowledge and understanding of palliative care, 3) develop an opioids accessing system, and 4) provide a law supporting the internal palliative care system. After using the aforementioned conclusion to consider Thai policies and law, the researcher found the following: 1) The Ministry of Public Health and the agencies related to the health service system have just implemented a palliative care policy. 2) Nurses, doctors, and social workers have begun developing knowledge on palliative care. 3) There was an opioids management and access system but there were problems in the management and legal misunderstandings. 4) There should be a development of policies and laws beneficial to palliative care management. There should therefore be a development of policies and laws supporting the implementation of palliative care in various dimensions. Health staff should be developed to have knowledge and understanding of the palliative care. Related laws should be amended. The Opioids management system should be developed to enable patients to access the medicine. There should be development of a management system on budgets, the referral system, borrowing medical tools for use in palliative care at home, treatment withholding and withdrawing, implementation according to the letter of intent not to receive health public services, and the issue of a death certificate to prepare the readiness of the national health service system, which has to deal with an elderly society, and expansion of urban society, as well as more patients with chronic diseases.ก-ฎ, 215 แผ่น : ภาพประกอบapplication/pdfthaผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าการรักษาเพื่อบรรเทาอาการการแพทย์ -- นโยบายของรัฐนโยบายและกฎหมายของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการดูแลแบบประคับประคองNational policies and laws related to palliative careMaster Thesisมหาวิทยาลัยมหิดล