จิตตานันทร์ พงศ์วรินทร์มณฑา เก่งการพานิชธราดล เก่งการพานิชศรัณญา เบญจกุลJittanan PronvarinMondha KenggranpanichTharadol KenggranpanichSaranya Benjakulมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์2021-03-272021-03-272564-03-272555วารสารสุขศึกษา. ปีที่ 35, ฉบับที่ 122 (ก.ค.- ธ.ค. 2555), 15-29https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/61914การวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวางนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการสูบบุหรี่ และ ความสามารถร่วมกันทำนายของปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ และปัจจัยเสริม ต่อพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของพนักงาน โรงงานยาสูบตาม PRECEDE Framework โดยใช้แบบสอบถามในคนงาน จำนวน 534 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วย สถิติ Chi-square และBinary logistic regression ผลการวิจัย พบว่า พนักงานโรงงานยาสูบสูบบุหรี่ ร้อยละ 37.5 โดยปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับ พฤติกรรมการสูบบุหรี่ของพนักงานโรงงานยาสูบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ด้านปัจจัยนำ ได้แก่ เพศ อายุ รายได้ สถานภาพ รูปแบบการทำงาน การรับรู้โอกาสเสี่ยงการเกิดโรคจากการสูบบุหรี่ และ ทัศนคติต่อการสูบบุหรี่ ปัจจัยเอื้อ ได้แก่ ความยากง่ายในการเข้าถึงบุหรี่ ปัจจัยเสริม ได้แก่ การได้รับแจก บุหรี่ การมีเพื่อนร่วมงานสูบบุหรี่ การห้าม/ขอร้องไม่ให้สูบบุหรี่ในบ้าน และปฏิกิริยาของคนใกล้ชิดต่อการ สูบบุหรี่ ซึ่งจากการวิเคราะห์ความสามารถร่วมกันทำนายพฤติกรรมการสูบบุหรี่ พบว่า เพศ รายได้ ความ ยากง่ายในการเข้าถึงบุหรี่เมื่ออยู่ที่บ้าน/ที่พัก การห้าม/ขอร้องไม่ให้สูบบุหรี่ในบ้าน ปฏิกิริยาต่อการสูบบุหรี่ ของเพื่อนร่วมงาน และมาตรการกำหนดเขตสูบ/เขตปลอดบุหรี่ สามารถร่วมทำนายพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ได้ ร้อยละ 48.9 ข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ คือ ผลักดันให้โรงงานยาสูบจัดพื้นที่สูบบุหรี่ที่เหมาะสม เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในเขตห้ามสูบบุหรี่ และการจัดบริการช่วยเลิกบุหรี่ให้แก่ พนักงานที่สูบบุหรี่This cross-sectional survey research aimed to explore smoking behavior and the capability of predisposing factors, enabling factors, and reinforcing factors to predict smoking behavior among workers in Thailand Tobacco Monopoly (TTM.) based on PRECEDE Framework. Questionnaires were distributed to workers and 534 responses were received. The data obtained were then analyzed by chi-square test and binary logistic regression. The findings indicated that 37.5% of workers in Thailand Tobacco Monopoly were cigarette smokers. The factors that influenced smoking behavior among workers in Thailand Tobacco Monopoly with statistical significance (p<0.05) comprised of predisposing factors including gender, age, income, marital status, work patterns, the perception of risk from having illnesses caused by smoking, and attitudes towards smoking. Enabling factors was found only accessibility to cigarettes. Reinforcing factors included receiving free cigarettes, having colleagues who smoked, requests to stop smoking inside houses, and reactions of peers and family members towards smoking. When analyzing the capability of co-factors to predict smoking behavior, it was found that gender, income, accessibility to cigarettes, requests to not smoke inside houses, and the reactions of colleagues towards smoking were able to predict smoking behavior accurately at a rate of 48.9%. The suggestions proposed for practical implementation in Thailand Tobacco Monopoly are that smoking areas should be properly designated, enforcement against smoking in non-smoking areas should be enhanced, and there should be services for helping smokers to quit smoking.thaมหาวิทยาลัยมหิดลพฤติกรรมการสูบบุหรี่พนักงานโรงงานยาสูบSmoking behaviorThailand tobacco monopoly workersปัจจัยทํานายพฤติกรรมการสูบบหรี่ของพนักงานโรงงานยาสูบPredicting Factors to Smoking Behaviour Among Workers In Thailand Tobacco Monopoly (TTM.)Research Articleคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล