รติพร คําทั่งRatiporn Khamthungนันทวัน สุวรรณรูปNantawon Suwonnaroopนริศ กิจณรงค์Naris Kitnarongนันทิยา วัฒายุNantiya Watthayuมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล. ภาควิชาจักษุ2018-02-232018-02-232018-02-232554วารสารพยาบาลศาสตร์. ปีที่ 29 (ฉ. เพิ่มเติม 1), ฉบับที่ 2 (เม.ย. - มิ.ย. 2554), 93-101https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/8799วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้เรื่องโรค การรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรค การได้รับข้อมูลข่าวสารและพฤติกรรมการป้องกันโรคต้อหินของประชากรกลุ่มเสี่ยง รูปแบบการวิจัย: การวิจัยแบบพรรณนาเชิงความสัมพันธ์ วิธีดําเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป จํานวน 174 ราย เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบสะดวกจากผู้ที่มารับบริการทางด้านสุขภาพในหน่วยบริการปฐมภูมิ เขต อําเภอเมือง จังหวัด สมุทรสาคร เก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และหาค่าความสัมพันธ์โดยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัย: พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมการป้องกันโรคต้อหินในระดับปานกลาง (X = 2.10, SD = 0.43) มีความรู้เรื่องโรคต้อหินในระดับปานกลาง (X = 7.27, SD = 2.11) มีการรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคต้อหินในระดับมาก (X = 3.10, SD = 0.34) และการได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโรคต้อหินในระดับน้อย (X = 1.21, SD = 0.28) 2) ความรู้เรื่องโรค การรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรค การได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโรคต้อหินมีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการป้องกันโรคต้อหินอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (r = .174, p < .05; r = .238, p < .01; r = .422, p < .01 ตามลําดับ) สรุปและข้อเสนอแนะ: พยาบาลและเจ้าหน้าที่ทีมสุขภาพ ควรส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันโรคต้อหินในประชากรกลุ่มเสี่ยงและส่งเสริมให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโรคต้อหินเพิ่มขึ้น โดยการเพิ่มแหล่งข้อมูลข่าวสารทางด้านสุขภาพเกี่ยวกับโรคต้อหินและพัฒนารูปแบบของสื่อต่างๆ ให้เหมาะสมกับกลุ่มของประชากรในพื้นที่ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเกิดความตระหนักในการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคและหลีกเลี่ยงภาวะตาบอดจากโรคต้อหินให้ครอบคลุมทั้งรายบุคคล ครอบครัว และชุมชนPurpose: To investigate the relationships of knowledge of glaucoma, perceived susceptibility, received information, and preventive behavior for glaucoma in a population at risk.Design: Descriptive correlational design.Methods:The sample was 40 years old and over. The total sample of 174 who participated in this study were selected by convenience sampling from people who visited the health care service at the primary care unit in Muang district, Samutsakhon province, Thailand. Data were collected through interview and analyzed using percentages, means, standard deviations, and Pearson’s correlation coefficients. Main fining: The results showed that the mean for preventive behavior (X = 2.10, SD = 0.43) and knowledge of glaucoma (X = 7.27, SD = 2.11) were at a moderate level, perceived susceptibility (X = 3.10, SD = 0.34) was at a high level and received information (X = 1.21, SD = 0.28) was at a low level. Knowledge of glaucoma, perceived susceptibility, and received information were all positively associated with preventive behavior for glaucoma (r = .174, p < .05; r = .238, p < .01; r = .422, p < .01, respectively). Conclusion and recommendations: This study suggests that nurses and other healthcare providers should promote health preventive behavior for glaucoma and organize activities to disseminate information on glaucoma in the population at risk. The sources of information on glaucoma should be developed. Appropriate types of media should be utilized to serve people in the local community, in order to raise awareness about performing preventive health behaviors for each individual, group, and community.thaมหาวิทยาลัยมหิดลความรู้การรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคการได้รับข้อมูลข่าวสารพฤติกรรมการป้องกันโรคต้อหินวารสารพยาบาลศาสตร์Journal of Nursing ScienceOpen Access articleความสัมพันธ์ระหว่างความรู้เรื่องโรคการรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคการได้รับข้อมูลข่าวสารและพฤติกรรมการป้องกันโรคต้อหินของประชากรกลุ่มเสี่ยงThe Relationships among Knowledge of Glaucoma, Perceived Susceptibility, Received Information and Preventive Behavior of Glaucoma in Population at RiskArticleคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล