นัทธี เชียงชะนาปรีญานันท์ พร้อมสุขกุลธวัลหทัย รุจิชัยธรรมกุล2024-01-162024-01-16255825672558สารนิพนธ์ (ศศ.ม. (ดนตรี))--มหาวิทยาลัยมหิดล, 2558https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/92884ดนตรี (มหาวิทยาลัยมหิดล 2558)การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์งานวิจัยด้านดนตรีสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษในประเทศไทยจำนวนทั้งหมด 27 เรื่อง เป็นงานวิจัยที่จัดทำ ขึ้นในรูปแบบสารนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ รายงานการวิจัย และบทความวิจัย ที่ศึกษาในบริบทของประเทศไทยตั้งแต่ปี ที่เริ่มมีการเผยแพร่งานวิจัยในด้านนี้จนถึงปี พ.ศ. 2558 โดยสืบค้นจากฐานข้อมูลต่างๆ ได้แก่ ฐานข้อมูลห้องสมุดมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ออนไลน์ในประเทศไทย และฐานข้อมูลนักวิจัยไทย (ThaiLIS) การสังเคราะห์แบ่งออกเป็น 3 ประเด็น ได้แก่ 1) คุณลักษณะของงานวิจัยด้านการตีพิมพ์และนักวิจัย 2) คุณลักษณะของงานวิจัยด้านระเบียบวิธีวิจัย และ 3) คุณลักษณะของงานวิจัยด้านเนื้อหางานวิจัยและกิจกรรมทางดนตรีที่ใช้ โดยนำเสนอผลการสังเคราะห์คุณลักษณะของงานวิจัยในแต่ละด้านในรูปแบบของสถิติเชิงบรรยาย (Descriptive Statistics) ได้แก่ ความถี่ และ ร้อยละ ผลการสังเคราะห์งานวิจัย พบว่างานวิจัยส่วนใหญ่เป็นวิทยานิพนธ์ ระดับปริญญาโท (63.0%) ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2546- 2552 มากที่สุด (51.9%) งานวิจัยส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยในสาขาการศึกษาพิเศษ (51.9%) โดยใช้การทดลองแบบ One group pretest-posttest design (48.1%) และมีการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติแบบ None-parametric statistics (44.4%) มากที่สุด งานวิจัยส่วนใหญ่ทำการทดลองในเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา (33.3%) อายุระหว่าง 6-12 ปี มากที่สุด ซึ่งกิจกรรมดนตรีที่ใช้ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบการฟังเพลง (27.4%) ผ่านการใช้ดนตรีสดและดนตรีบันทึกร่วมกัน (44.4%) ระยะเวลาของแต่ละการทดลองส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที (38.5%) โดยให้กิจกรรมการทดลอง 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ (25.9%) ในด้านผลลัพธ์/พฤติกรรมที่บำบัดมากที่สุดคือ พฤติกรรมและทักษะการอ่านภาษาไทยซึ่งมีจำนวนเท่ากัน (18.5%) ผลการทดลองส่วนใหญ่ พบว่าการทดลองมีความแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (59.3%) แสดงให้เห็นว่าดนตรีมีประสิทธิภาพต่อการส่งเสริมเด็กที่มีความต้องการพิเศษThe purpose of this study was to synthesize research studies in music for children with special needs in Thailand. There were 27 studies that were written in thematic paper, theses, research reports, and research articles. Most of studies were from 2015 back to the oldest publication found. The research studies were gathered from library database of Universities in Thailand, Thesis database in Thailand, and Thai Library Integrated System (ThaiLIS). The synthesis were divided into three main characteristics, which included 1) publications and researchers 2) research methodology, and 3) research content and music activities. These three characteristics were examined using descriptive statistics including frequency and percentage. The result of the systematic review revealed that most studies were master degree theses, (63.0%) most of which were published between 2003-2009 (51.9%). Most of the studies were from special education area (51.9%) and were conducted using one group pretest-posttest design (48.1%) and non-parametric statistics (44.4%). Most participants in these studies were children with intellectual disability (33.3%) aged 6-12 years old. The music activities used were listening to music (27.4%) by using both recorded and live music (44.4%). The duration of the sessions were around 30 minutes (38.5%) and a lot of activities were held for 4 to 5 times per week (25.9%). Most research reports studied behavior and Thai reading skills as the therapeutic outcomes, which obtained equal percentage of 18.5%. Lastly, the significant levels were mostly at .05 (59.3%). Therefore, these results indicated that music was an effective approach in enhancing the abilities of children with special needs.ก-ซ, 122 แผ่นapplication/pdfthaผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าดนตรีกับเด็กเด็กพิเศษการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบดนตรีสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษในประเทศไทย : การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบMusic for children with special needs in Thailand : a systematic reviewMaster Thesisมหาวิทยาลัยมหิดล