Le Thu Hoaiวิมลรัตน์ ภู่วราวุฒิพานิชWimolrat Puwarawuttipanitวัลย์ลดา ฉันท์เรืองวณิชย์Wallada Chanruangvanichมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาการพยาบาลศัลยศาสตร์2019-06-142019-06-142019-06-142017Journal of Nursing Science. Vol.35(Suppl.1), No. 3 (July - September 2017), 64-70https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/44101Purpose: To investigate the relationships between level of dyspnea, FEV1, social support and QOL in persons with asthma. Design: A descriptive correlational study. Methods: The sample composed of 115 persons with asthma who received treatment in Bach Mai Hospital, Hanoi, Vietnam. Data were collected by using 4 questionnaires and lung function test (FEV1): 1) Demographic data and health information, 2) The Borg scale, 3) Social support, and 4) Quality of Life (QOL). Spearman’s rho was employed to test the relationships among studies variables. Main findings: The level of dyspnea was negatively correlated with QOL (rs = - .788, p < .05). FEV1 and social support were positively correlated with QOL (rs = .674, rs = .244, p < .05). Conclusion and recommendations: It is recommended that nurses should assess and suggest patients to manage their symptoms; and help them to seek social support; in order to enhance quality of life of persons with asthma.วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง ระดับการหายใจลำบาก ความสามารถในการทำงานของปอด (FEV1) การสนับสนุนทางสังคม และคุณภาพชีวิต ในผู้ป่วยโรคหอบหืด รูปแบบการวิจัย: การศึกษาเชิงสหสัมพันธ์ วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคหอบหืดจำนวน 115 ราย ที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลบาคมาย เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และการทดสอบความสามารถในการทำงานของปอด (FEV1) ประกอบด้วย 1) ข้อมูลประชากรและข้อมูลด้านสุขภาพ 2) Borg scale 3) การสนับสนุนทางสังคม และ 4) คุณภาพชีวิต วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป โดยใช้สถิติเชิงบรรยายและวิเคราะห์ความสัมพันธ์ โดยใช้สถิติ Spearman’s rho ผลการศึกษา: ระดับการหายใจลำบากมีความสัมพันธ์ทางลบกับคุณภาพชีวิต (rs = -788, p < .05) ความสามารถในการทำงานของปอด (FEV1) และการสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธ์ทางบวกกับคุณภาพชีวิต (rs = .674, rs = .244, p < .05) สรุปและข้อเสนอแนะ: พยาบาลควรประเมินระดับการหายใจลำบาก และความสามารถในการทำงานของปอด แนะนำให้ผู้ป่วยจัดการอาการของตนเอง และช่วยผู้ป่วยในการแสวงหาการสนับสนุนทางสังคม เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยโรคหอบหืดengMahidol Universityquality of lifeasthmasocial supportdyspneaFEV1คุณภาพชีวิตหอบหืดการสนับสนุนทางสังคมการหายใจลำบากวารสารพยาบาลศาสตร์Journal of Nursing ScienceFactors Related to Quality of Life among Patients with Asthmaปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยหอบหืดArticleคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล