ธีรพงษ์ บุญรักษานันทิยา ดวงภุมเมศประวีณ์นุช แสงสว่างธรรมะ2024-01-092024-01-09256325632567สารนิพนธ์ (ศศ.ม. (ภาษาและการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม))--มหาวิทยาลัยมหิดล, 2563https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/91984ภาษาและการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม (มหาวิทยาลัยมหิดล 2563)งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพได้ศึกษานิสัย แรงจูงใจ และทัศนะ ในการเปิดรับสื่อดิจิทัล และวิเคราะห์ความเท่าทันสื่อดิจิทัลของผู้สูงอายุ ในโรงเรียนผู้สูงอายุเขตยานนาวา ซึ่งใช้การสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง โดยใช้คาถามแบบปลายเปิดเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้สูงอายุที่ใช้สื่อดิจิทัลในโรงเรียนผู้สูงอายุเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร โดยวิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จากผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไปที่ใช้สื่อดิจิทัลเป็นประจำ จำนวน 25 คน ผลการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุมีการเปิดรับสื่อดิจิทัลเป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง โดยประเภทสื่อดิจิทัลที่เปิดรับมากที่สุดคือ สมาร์ทโฟน และรองลงมาคือ โทรทัศน์ดิจิทัล สาหรับการใช้สมาร์ทโฟน ผู้สูงอายุจะเข้าถึงแอพพลิเคชั่นเพื่อค้นหาข้อมูลที่ตนเองสนใจ เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ค ยูทูป กูเกิ้ล และอินสตราแกรม ระยะเวลาที่ผู้สูงอายุมักจะเปิดรับสื่อดิจิทัลเป็นประจำ ได้แก่ ในช่วงเช้าหลังจากตื่นนอน และช่วงสายหลังจากทางานบ้าน และช่วงเย็นถึงกลางคืนและก่อนนอน โดยมักจะเปิดรับสื่อดิจิทัลเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ เพื่อให้เรียนรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ เพื่อการมีส่วน และเพื่อแสวงหาและศึกษาข้อมูล และมองว่าสื่อดิจิทัลมีทั้งข้อดีและข้อเสียขึ้นอยู่กับมุมมองและวิธีการใช้ของแต่ละบุคคล ผู้สูงอายุมีความเท่าทันสื่อดิจิทัล เนื่องจากสามารถค้นหาข้อมูลที่ตนเองสนใจได้ตามต้องการ สามารถคิดวิเคราะห์แหล่งที่มาและวัตถุประสงค์ที่สื่อต้องการนาเสนอได้ สามารถพิจารณาความน่าเชื่อถือโดยศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง ทั้งยังพิจารณาถึงแหล่งที่มาของข้อมูล ไม่เชื่อตามที่สื่อชักจูงโดยทันที และยังคานึงถึงผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่นในการเปิดรับและการส่งต่อข้อมูลที่ได้รับThe qualitative research aims to study habits, motivations, and perspectives on digital media exposure and to analyse the digital literacy of the elderly at the Yannawa Elderly School. Semi-structured interviews and open-ended questions were used as tools for data collection from the elderly group at the Yannawa Elderly School who uses digital media. The purposive sampling method was employed to select 25 elderly people aged 60 years and over who use digital media regularly. The research findings showed that the interviewees were continually exposed to digital media daily. The digital media category they used the most were smartphones followed by digital television. The elderly used their smartphones to access applications such as Line, Facebook, YouTube, and Instagram, and they also searched for information they were interested in. They were exposed to digital media regularly early in the morning after waking up, late in the morning after doing housework, from late afternoon to evening, and at night before bed. The intention of digital media exposure was for relaxation, building up a relationship, participating in the events, seeking and exploring information. They also believed that digital media had both advantages and disadvantages, depending on individuals' perceptions and usage. Specifically, this elderly group demonstrated their digital media literacy skills indicated by their ability to search for information that were needed or of interest to them based on their analysis of information sources and objectives of the media. Moreover, they were able to distinguish reliable information through the process of information rechecking from multiple sources and would not allow themselves to be influenced by the media. In the aspect of reception and promoting or disseminating the received messages, they took into consideration its possible impacts on themselves and on others.ก-ฌ, 109 แผ่น : ภาพประกอบapplication/pdfthaผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าการรู้จักใช้เทคโนโลยีการรู้เท่าทันสื่ออินเทอร์เน็ตนิสัยการเปิดรับสื่อและความเท่าทันสื่อดิจิทัลของผู้สูงอายุในยุคประเทศไทย 4.0 : กรณีศึกษา โรงเรียนผู้สูงอายุเขตยานนาวาMedia habit and digital literacy of elderly in the age of Thailand 4.0 : a case study of Yannawa elderly schoolMaster Thesisมหาวิทยาลัยมหิดล