ศศิธารา น่วมภาSasitara Nuampaนิตยา สินสุกใสNittaya Sinsuksaiวรรณา พาหุวัฒนกรWanna Phahuwatanakornพฤหัส จันทร์ประภาพPharuhas Chanprapaphมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์2018-04-282018-04-282561-04-282556วารสารพยาบาลศาสตร์. ปีที่ 31, ฉบับที่ 2 (เม.ย. - มิ.ย. 2556), 49-59https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/11053วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาอํานาจในการทํานายของอายุ ประสบการณ์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทัศนคติ การรับรู้สมรรถนะในตนเองเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เวลาที่เริ่มให้นมแม่ และการสนับสนุนจากพยาบาล ต่อความสําเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวก่อนจําหน่ายในมารดาหลังผ่าตัดคลอด รูปแบบการวิจัย: การวิจัยเชิงทํานาย วิธีดําเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นมารดาหลังคลอดที่คลอดด้วยวิธีการผ่าตัด ที่หอผู้ป่วยหลังคลอดสามัญ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา โรงพยาบาลศิริราช จํานวน 110 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ข้อมูลส่วนบุคคลแบบบันทึกข้อมูลการตั้งครรภ์และการคลอด แบบสอบถามทัศนคติเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แบบสอบถามการรับรู้สมรรถนะในตนเองเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แบบสอบถามการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จากพยาบาล และ แบบบันทึกการให้อาหารทารก วิเคราะห์ข้อมูลโดยคํานวณร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติถดถอยโลจิสติค ผลการวิจัย: ปัจจัยที่สามารถทํานายความสําเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวก่อนจําหน่ายในมารดาหลังผ่าตัดคลอดได้อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p < .05) คือ อายุมารดา [Exp (B) = 1.102, 95%CI = 1.009-1.203] การสนับสนุนจากพยาบาล [Exp (B) = 1.089, 95%CI = 1.021-1.161] และเวลาที่เริ่มให้นมแม่ [Exp (B) = 0.890, 95%CI = 0.821-0.965]สามารถร่วมกันอธิบายความผันแปรของความสําเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวก่อนจําหน่ายได้ร้อยละ 36.5 (R2 = .365, p < .05) สรุปและข้อเสนอแนะ:พยาบาลควรให้การปกป้อง ส่งเสริม และสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในมารดาหลังผ่าตัดคลอด โดยการให้ความช่วยเหลือและกําลังใจ นําบุตรมาดูดนมมารดาโดยเร็ว โดยเฉพาะในมารดาที่มีอายุน้อย เพื่อให้มารดาสามารถประสบความสําเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่Purpose: The objective of this study was to investigate the predictive power of personal factors(age, previous breastfeeding experience, attitude toward breastfeeding and self-efficacy), first feedingtime and nurse support on successful exclusive breastfeeding at discharge in mothers with cesareansection.Design: Predictive research design.Methods: The subject consisted of 110 mothers with cesarean section in postpartum units at SirirajHospital. Data were collected by the personal data Interviewing form, the pregnancy and delivery datarecords, the Iowa Infant Feeding Attitude Scale, the Breastfeeding Self-Efficacy Scale-Short Form, theNurse Support Questionnaire and the Baby-Feeding Records. Percentage, mean, standard deviation,median, and logistic regression were used in data analysis.Main findings: The findings revealed that maternal age [Exp (B) = 1.102, 95%CI = 1.009-1.203],nurse support [Exp (B) = 1.089, 95%CI = 1.021-1.161] and first feeding time [Exp (B) = 0.890, 95%CI = 0.821-0.965] could explain 36.5% (R2 = 0.365, p < 0.05) of the variance in successful breastfeeding at discharge in mothers with cesarean section.Conclusion and recommendations: The results suggest that nurses should protect, promote andsupport breastfeeding in mothers with cesarean section by providing assistance and support with earlybreastfeeding especially in young mothers.thaมหาวิทยาลัยมหิดลทัศนคติการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวเวลาที่เริ่มให้นมแม่การสนับสนุนจากพยาบาลการรับรู้สมรรถนะของตนเองJournal of Nursing Scienceวารสารพยาบาลศาสตร์Open Access articleปัจจัยส่วนบุคคลเวลาที่เริ่มให้นมแม่ และการสนับสนุนจากพยาบาลในการทํานายความสําเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวก่อนจําหน่ายในมารดาหลังผ่าตัดคลอดPersonal Factors, First Feeding Time and Nurse Support in Predicting Successful Exclusive Breastfeeding at Discharge in Mothers with Cesarean SectionArticleคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล