สุกัญญา เหล่าแควันทนี พันธุ์ประสิทธิ์ดุสิต สุจิรารัตน์ภรณี วัฒนสมบูรณ์มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาระบาดวิทยามหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์2022-07-162022-07-162565-06-162564วารสารสุขศึกษา. ปีที่ 44, ฉบับที่ 1 (ม.ค.- มิ.ย. 2564), 140-151https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/72155การใช้อุปกรณ์ปกป้องการได้ยินมีความสำคัญในการป้องกันการสูญเสียการได้ยินจากเสียงดังโดยเฉพาะเมื่อไม่สามารถควบคุมการสัมผัสเสียงดังของผู้ปฏิบัติงานด้วยวิธีอื่นแล้ว อย่างไรก็ตามอัตราการใช้อุปกรณ์ปกป้องการได้ยินของคนงานที่สัมผัสเสียงดังในโรงงานอุตสาหกรรมค่อนข้างต่ำ ส่งผลให้คนงานมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยินเนื่องจากการสัมผัสเสียงดังได้ การศึกษานี้ทำการศึกษากึ่งทดลอง แบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนหลัง โดยโครงการส่งเสริมพฤติกรรมประยุกต์ใช้แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ ผู้เข้าร่วมโครงการเป็นคนงานในแผนกโครงแผ่นธาตุและแผ่นธาตุดิบจำนวน 33 คน ระยะเวลาการศึกษาทั้งสิ้น 8 สัปดาห์ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์ การทดสอบสมรรถการได้ยิน และการตรวจวัดระดับเสียง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Paired t-test ที่ระดับความเชื่อมั่นที่ 0.05 ผลการศึกษาพบว่า หลังเข้าร่วมโครงการ ผู้เข้าร่วมโครงการมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับอันตรายของเสียงดังและวิธีการใช้อุปกรณ์ปกป้องการได้ยิน การรับรู้โอกาสเสี่ยงการเกิดโรคประสาทหูเสื่อม การรับรู้ประโยชน์การใช้อุปกรณ์ปกป้องการได้ยิน การรับรู้อุปสรรคในการใช้อุปกรณ์ปกป้องการได้ยิน และพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ปกป้องการได้ยินเพิ่มขึ้นร้อยละ 38.11, 28.28, 17.65, 42.62 และ 36.55 ตามลาดับ นอกจากนี้การเกิดการสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวของหูขวาและซ้ายลดลงร้อยละ 44.13 และ 55.01 ตามลาดับ ดังนั้นโครงการนี้สามารถนาไปใช้ส่งเสริมพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ปกป้องการได้ยินสำหรับคนงานที่ทำงานสัมผัสเสียงดังในโรงงานอุตสาหกรรมอื่นที่มีปัญหาคล้ายกันHearing protection devices (HPDs) are important for prevention of noise induce hearing loss particularly when other exposure control measures could not be applied. However, the usage rate was quite low. This study was a quasi-experimental research with one-group pre-test and post-test design. The promoting program has been applied from health belief model as a guidance for activities design of HPDs use promoting. Participants were 33 workers from the department of grid and paste at battery factory in Saraburi province. This study period was 8 weeks. Data collecting was composed of questionnaire, observation, audiometric test and noise exposure monitoring. Collected data were analyzed by descriptive and inferential statistics method, i.e. Paired t-test with statistical significance level 0.05. After the promoting program implementation, participants’ mean scores of the knowledge regarding noise hazard and how to use HPDs, perceived risk of hearing loss, perceived benefits of HPDs use, perceived barriers of HPDs use, and behavior of HPDs use increased to 38.11%, 28.28%, 17.65%, 42.62%, and 36.55% respectively. Moreover, temporary threshold shifts in right ear and left ear were decreased 44.13% and 55.01% respectively. In conclusion, activities in this study were practical and be able to apply as a guidance for workers in other factories who exposes to noise and has similar problems.thaมหาวิทยาลัยมหิดลการส่งเสริมพฤติกรรมอุปกรณ์ปกป้องการได้ยินแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพการสูญเสียการได้ยินประสิทธิผลโครงการส่งเสริมพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ปกป้องการได้ยิน ในคนงานโรงงานอุตสาหกรรมผลิตแบตเตอรี่The Effectiveness of a Behavioral Promoting Program of Using Hearing Protection Devices among Battery Factory WorkersResearch Articleคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล