กัลยรัตน์ ไกรประยูรKanyarat Kraiprayoonศิิรประภา ตันติกัลชาญSiraprapa Tantikalchanสุชาวดี บุญยะวนิชSuchawadee Boonyawanitอรวิภา จาละOrawipa Jalaยสวิมล คูผาสุขYosvimol Kuphasukวรุณี เกิดวงศ์บัณฑิตVarunee Kerdvongbunditมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะทันตแพทยศาสตร์. ภาควิชาเวชศาสตร์ช่องปากและปริทันตวิทยา2015-02-252017-01-052015-02-252017-01-052015-02-182013-09กัลยรัตน์ ไกรประยูร, ศิรประภา ตันติกัลชาญ, สุชาวดี บุญยะวนิช, อรวิภา จาละ, ยสวิมล คูผาสุข, วรุณี เกิดวงศ์บัณฑิต. ประสิทธิภาพของขนแปรงสีฟันเรียว เล็กและบิดเกลียวหมุนในการกำจัดคราบจุลินทรีย์. ว ทันต มหิดล. 2556; 33(3): 160-8.0125-5614 (printed)https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/1069วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการกำจัดคราบจุลินทรีย์และการเกิดแผล ถลอกที่เหงือกระหว่างการใช้แปรงสีฟันชนิดขนปลายเรียวเล็กกับชนิดขนบิดเกลียวหมุน วัสดุอุปกรณ์และวิธีการศึกษา: อาสาสมัคร 29 คน อายุระหว่าง 18-50 ปี เข้าร่วมศึกษา ชนิดซิงเกิ้ลบลายด์แรนดอมไมซ์แบบไขว้กันทางคลินิก อาสาสมัครทุกคนได้รับการขูดหิน น้ำลายและขัดฟันก่อนการศึกษาในแต่ละรอบ ให้อาสาสมัครสะสมคราบจุลินทรีย์มา 24 ชั่วโมง ย้อมฟันและเหงือกด้วยสีย้อมอีริโทรซินและสีย้อมมิรา-ทู-ทันตามลำดับ ตรวจและ บันทึกค่าดัชนีคราบจุลินทรีย์และการเกิดแผลถลอกที่เหงือกก่อนและหลังแปรงฟันด้วย แปรงสีฟันที่เตรียมให้โดยวิธีสุ่ม ให้อาสาสมัครแปรงฟันด้วยวิธีโมดิฟายด์บาสนาน 3 นาที โดยไม่ใช้กระจก เว้นระยะ 2 สัปดาห์ ทำเช่นเดียวกันโดยใช้แปรงสีฟันคนละชนิดกับที่ได้ รับครั้งแรก ทดสอบการลดลงของคราบจุลินทรีย์และการเกิดเหงือกถลอกทางสถิติโดยวิธี แพร์ที-เทสและวิลคอกซันแมทช์-แพร์สซายนด์-แรงค์เทสที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ผลการศึกษา: ดัชนีคราบจุลินทรีย์มีค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติหลังการแปรงสีฟัน ด้วยแปรงสีฟันทั้ง 2 ชนิด แต่ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่าง แปรงสีฟันทั้ง 2 ชนิด ในทุกบริเวณ รวมทั้งบริเวณที่เข้าถึงยาก เช่น ขอบเหงือกและด้าน ประชิด จากการตรวจภายในช่องปากไม่พบภยันตรายหรือผลข้างเคียงต่อเหงือก บทสรุป: แปรงสีฟันทั้ง 2 ชนิดมีประสิทธิภาพในการกำจัดคราบจุลินทรีย์เหนือเหงือก อย่างมีนัยสำคัญและปลอดภัยต่อเหงือกObjective: To compare the efficacy of plaque removal and gingival abrasion between tapered and super spiral toothbrush bristles. Materials and methods: 29 healthy subjects, aged between 18-50 years, participated in a single-blind, randomized, crossover clinical study. Scaling and polishing were performed on all volunteers before each assignment. The teeth and gingiva were disclosed using erythrosine and Mira-2-Ton® disclosing solution, respectively. Pre- and post-brushing plaque score and gingival abrasion were recorded after 24 hours overnight plaque accumulation. Subjects used their randomly assigned toothbrush for 3 minutes with modified Bass technique but was unaided by access to a mirror during brushing. After 2 weeks upon completion of the first treatment, subjects were assigned the remaining brush repeated the same protocol as before. Paired-T-test and Wilcoxon matched-pairs signed-ranks test at p < 0.05 was performed to determine plaque reduction and gingival abrasion. Results: Plaque index was statistically reduced after brushing on both toothbrushes but were not statistically different between 2 toothbrushes in all areas as well as in hard-to-reach areas, i.e. marginal and approximal areas. Oral cavity was within normal limit and no soft tissue or an adverse effect on gingiva was found. Conclusion: Both brushes were significantly effective in removing supragingival plaque and soft tissue safety.thaมหาวิทยาลัยมหิดลคราบจุลินทรีย์แผลถลอกที่เหงือกสีย้อมมิรา-ทู-ทันสุขภาพอนามัยในช่องปากการควบคุมคราบจุลินทรีย์แปรงสีฟันโพลิบิวทิลีนเทเรฟทาเลตDental plaqueGingival abrasionMira-2-Ton®Oral hygienePlaque controlToothbrushPolybutylene terephthalateOpen Access articleวิทยาสารทันตแพทยศาสตร์มหิดลMahidol Dental Journalประสิทธิภาพของขนแปรงสีฟันเรียวเล็กและบิดเกลียวหมุนในการกำจัดคราบจุลินทรีย์Efficacy of tapered and super spiral toothbrush bristles on plaque removal.Articleคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล