ดวงหทัย บูรณเจริญกิจวัชรฤทัย บุญธินันทมัสลิน วนาเนติกุล2026-02-062026-02-06256425692564https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/114288ภายหลังจากสี่ปีของโครงการกลับสู่มาตุภูมิโดยความสมัครใจตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2564) มีผู้ลี้ภัยจำนวนกว่าเจ็ดร้อยคนตัดสินใจกลับ โดยกึ่งหนึ่งของจำนวนดังกล่าวเป็นผู้ลี้ภัยหญิง เนื่องจากสถานการณ์ในประเทศเมียนมาที่ยังไม่เอื้อต่อการกลับ รวมถึงสภาพสังคมที่ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมหลังความขัดแย้ง ทำให้ผู้หญิงอาจต้องเผชิญอันตรายหากมีการกลับ งานวิจัยชิ้นนี้จึงศึกษาการตัดสินใจกลับของผู้ลี้ภัยหญิงและปัจจัยแวดล้อม รวมถึงการช่วยเหลือจากหน่วยงานภายในศูนย์พักพิงฯ จากมุมมองเพศสภาพ โดยใช้หลักการวิเคราะห์เพศภาวะ เพื่อสำรวจความสัมพันธ์ทางอำนาจ และรูปแบบการกดขี่ ร่วมกับการปรับใช้หลักการส่งกลับโดยสมัครใจ ผลการศึกษาพบว่าผู้ลี้ภัยหญิงอยู่ในโครงสร้างสังคมที่ถูกกดขี่จากสังคมปิตาธิปไตยทั้งในระดับปัจเจกและความสัมพันธ์ทางอำนาจที่ทับซ้อนในระดับโครงสร้าง และสถานะการเป็นผู้ลี้ภัยในประเทศไทยทำให้ผู้ลี้ภัยทั้งหญิงและชายดำรงชีวิตอย่างไร้ซึ่งสิทธิ เสรีภาพ และความมั่นคงให้กับชีวิตของตนเองและครอบครัว แต่เมื่อมีปัจจัยและโอกาสในรูปแบบของโครงการกลับฯ ที่เปิดโอกาส พวกเขาสามารถแสวงหาความมั่นคงและอำนาจในการเข้าถึงทรัพยากรได้ ผู้ลี้ภัยจึงตัดสินใจกลับแม้สถานการณ์จะไม่เอื้อต่อการดำรงอยู่อย่างปลอดภัย และสภาพสังคมชายเป็นใหญ่การตัดสินใจในการกลับจึงมาจากผู้ชาย ซึ่งบางครอบครัวผู้หญิงมีส่วนคล้อยตามการตัดสินใจ แต่มีบางครอบครัวที่ผู้หญิงไม่ได้ต้องการกลับอย่างแท้จริงVoluntary Repatriation of about seven hundred Karen Refugees in Thailand toMyanmar during 2015 – 2020 is a significant suspicion since inconducive situations forthe refugee to return, such as the right to occuapplication/pdfthaผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าผู้ลี้ภัยกะเหรี่ยงความมั่นคงของมนุษย์ -- ไทยการกลับสู่ประเทศต้นทางของผู้ลี้ภัยหญิงชาวกะเหรี่ยงในประเทศไทย จากมุมมองเพศสภาพRepatriation of female Karen refugees in Thailand from a gender perspectiveMaster Thesisมหาวิทยาลัยมหิดล