ปิยะนันท์ ลิมเรืองรองPiyanun Limruangrongนิตยา สินสุกใสNittaya Sinsuksaiเอมพร รตินธรAmeporn Ratinthornดิฐกานต์ บริบูรณ์หิรัญสารDittakarn Boriboonhirunsarnมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาการพยาบาลสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา2018-02-192018-02-192018-02-192554วารสารพยาบาลศาสตร์. ปีที่ 29 (ฉ. เพิ่มเติม 2), ฉบับที่ 3 (ก.ค - ก.ย. 2554), 48-58https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/8746วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยบางประการกับการออกกําลังกาย และการออกกําลังกายกับระดับน้ําตาลในเลือดหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมง ในสตรีที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ รูปแบบการวิจัย: การวิเคราะห์ทุติยมาน วิธีดําเนินการวิจัย: เลือกกลุ่มตัวอย่างเป็นแบบสะดวก จํานวน 90 คน โดยเป็นสตรีที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลราชวิถี เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบบันทึกการออกกําลังกาย และแบบบันทึกระดับน้ําตาลในเลือด วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา แลtคํานวณค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ผลการวิจัย: ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการออกกําลังกายขณะตั้งครรภ์ของสตรีที่เป็นเบาหวานอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ได้แก่ จํานวนชั่วโมงที่ทํางานนอกบ้าน (p < .05) ความรุนแรงของโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (p < .05) และการออกกําลังกายก่อนการตั้งครรภ์ (p < .05) นอกจากนี้การออกกําลังกายก่อนการตั้งครรภ์มีความสัมพันธ์กับระดับน้ําตาลในเลือดหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมงอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p < .01) แต่ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างการออกกําลังกายขณะตั้งครรภ์กับระดับน้ําตาลในเลือดหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมง สรุปและข้อเสนอแนะ: พยาบาลควรจัดกิจกรรมเพื่อลดระดับน้ําตาลในเลือด โดยส่งเสริมให้สตรีที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ มีการออกกําลังกายก่อนและขณะตั้งครรภ์ โดยให้ความรู้ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการออกกําลังกาย นอกจากนี้ควรสนับสนุนให้สตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (เช่น มีประวัติคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน เคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ อายุมากกว่า 30 ปี) เห็นประโยชน์ของการออก กําลังกายเพิ่มมากขึ้นPurpose: To explore the relationship between selected factors and exercises, as well as between exercise and two-hour postprandial blood glucose levels in pregnant women with Gestational Diabetes Mellitus (GDM).Design: A secondary analysis. Methods: Through convenience sampling, a sample of 90 pregnant women with GDM was recruited from the antenatal units of Siriraj and Rajvithi Hospitals. Data were collected using personal information questionnaire, self-report exercise and blood glucose level record forms. Descriptive statistics and the correlation coefficients were used for data analysis. Main findings: Factors significantly associated with exercises during pregnancy included hours of daily work outside a living place (p < .05), GDM classification (p < .05), and exercises before pregnancy (p < .05). Exercises before pregnancy was significantly associated with two-hour postprandial blood glucose levels (p < .01), whereas the exercise during pregnancy was not.Conclusion and recommendations: The findings suggested that nursing interventions designed for decreasing blood glucose level should include promoting pregnant women with GDM doing exercises before and during pregnancy. Nurses should provide information about benefits and strategies to increase pregnant women’ confidence to perform exercises before and during pregnancy, especially women who had risk factors such as family history of diabetes, previous GDM, and aged over 30.thaมหาวิทยาลัยมหิดลน้ําตาลในเลือดออกกําลังกายสตรีที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์วารสารพยาบาลศาสตร์Open Access articleJournal of Nursing Scienceความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยบางประการการออกกําลังกายและระดับน้ําตาลในเลือดหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมง ในสตรีที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์Relationship among Selected Factors, Exercises, and Two-hour Postprandial Blood Glucose Levels in Pregnant Women with Gestational Diabetes MellitusArticleคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล