ฐนันดร์ศักดิ์ บวรนันทกุลชนันนา รอดสุทธิอลิสมา หวังเจริญ2024-01-092024-01-09256225622567วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม))--มหาวิทยาลัยมหิดล, 2562https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/92065อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม (มหาวิทยาลัยมหิดล 2562)การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทความรับผิดชอบด้านการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน รวมถึงแนวทางการพัฒนาบทบาทของพนักงานสอบสวนหญิง กลุ่มตัวอย่างคือพนักงานสอบสวนหญิงที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 66-71 ที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ จำนวน 205 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการตอบแบบสอบถามด้วยตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยาย (Descriptive Statistics) ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานจากการศึกษาพบว่า 1) การปฏิบัติงานตามกรอบบทบาทความรับผิดชอบด้านการอำนวยความยุติธรรมของพนักงานสอบสวนหญิงอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า การทำงานด้านการสอบสวนผู้เสียหายและพยานอายุไม่เกิน 18 ปี เป็นด้านที่พนักงานสอบสวนหญิงปฏิบัติมากที่สุด 2) พนักงานสอบสวนหญิงในสถานีตำรวจยังประสบปัญหาในด้านต่างๆ อยู่ในระดับมากที่สุด โดยเฉพาะปัญหาด้านระบบการปฏิบัติงานสอบสวนที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนหญิงรองลงมาคือด้านขวัญและกำลังใจในการทำงาน 3) แนวทางการส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ในด้านระบบการปฏิบัติงานสอบสวนเป็นด้านที่มีความเห็นมากที่สุดที่ควรนำมาใช้ในการพัฒนาบทบาทของพนักงานสอบสวนหญิง นอกจากนี้พนักงานสอบสวนหญิงยงั มีพื้นฐานความรู้ด้านการสอบสวนที่ไม่เพียงพอ ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยตนเองพร้อมกับการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยงานที่ฝึกอบรมพนักงานสอบสวนหญิงจึงควรเน้นการให้ความรู้ทางด้านนิติศาสตร์เป็นหลักอันจะทำให้พนักงานสอบสวนหญิงปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายThis survey research aimed to describe the roles, problems, and suggestions for the development of female inquiry official roles. The sample included 205 female inquiry officers who graduated from the Royal Police Cadet Academy and had the positions as inquiry officers throughout the country. Data were collected through a self-reported questionnaire. Data analysis was conducted using descriptive statistics such as frequency, percentage, mean and standard deviation. The results showed that: 1) The performance according to the provision of justice in the female inquiry officials was at a high level. When considering each aspect, it was found that the most practiced responsibility was the operation for the investigation of victims and witnesses aged 18. 2) The female inquiry officers in the police station were still facing the highest level of problems, especially problems in the operational system of investigation, and problem of the morale of the operation. 3) Suggestions for the development of female inquiry official roles were to develop an operational investigation system that clearly states the roles of female inquiry officers. Also, as female inquiry officers had insufficient knowledge of the investigation, they should learn more by themselves. The agencies that train female inquiry officers should focus on providing legal knowledge that will make their work more efficient according to the assigned roles.ก-ฌ, 124 แผ่น : ภาพประกอบapplication/pdfthaผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้ากระบวนการยุติธรรมทางอาญา -- การมีส่วนร่วมของประชาชนพนักงานสอบสวนประสิทธิภาพการอำนวยความยุติธรรมของพนักงานสอบสวนหญิงในสถานีตำรวจThe effectiveness of the criminal justice system in female inquiry officials at the police station levelMaster Thesisมหาวิทยาลัยมหิดล