วิไล แสนยาเจริญกุลกีรดา ไกรนุวัตรปิยะธิดา นาคะเกษียรWilai SaenyacharoenkulKerada KrainuwatPiyatida Nakagasienมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุขศาสต2019-11-192019-11-192562-11-192562วารสารพยาบาลศาสตร์. ปีที่ 37, ฉบับที่ 1 (ม.ค. - มี.ค. 2562), 59-72https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/48029วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนการบริโภคอาหารต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของกลุ่มเสี่ยงสูงต่อโรคเบาหวาน รูปแบบการวิจัย: การวิจัยทดลอง วิธีดำเนินการวิจัย: ศึกษากลุ่มเสี่ยงสูงต่อโรคเบาหวาน 60 ราย เลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีการสุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 ราย กลุ่มทดลองได้รับการดูแลตามปกติร่วมกับโปรแกรมปรับเปลี่ยนการบริโภคอาหาร กลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติเท่านั้น เครื่องมือที่ใช้ คือ โปรแกรมปรับเปลี่ยนการบริโภคอาหารระยะเวลา 8 สัปดาห์ มีกิจกรรมกลุ่ม 4 ครั้ง และติดตามทางโทรศัพท์ 1 ครั้ง เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามก่อนทดลอง หลังทดลอง (สัปดาห์ที่ 4) และระยะติดตามผล (สัปดาห์ที่ 8) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา และสถิติการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ ผลการวิจัย: พฤติกรรมการบริโภคอาหาร แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ และการรับรู้สมรรถนะแห่งตนของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (F(1, 58) = 38.096, p < .001, F(1, 58) = 26.374, p < .001 และ F(1, 58) = 26.555, p < .001) สรุปและข้อเสนอแนะ: โปรแกรมปรับเปลี่ยนการบริโภคอาหารนี้สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารในกลุ่มเสี่ยงสูงต่อโรคเบาหวานได้ และยังทำให้มีความมั่นใจในการเลือกบริโภคอาหารที่เหมาะสมกับภาวะเสี่ยงสูงต่อเบาหวานของตนเอง รวมทั้งมีแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพดีกว่ากลุ่มควบคุม ดังนั้นพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชนสามารถนำโปรแกรมไปประยุกต์ใช้ในการสร้างเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภคของกลุ่มเสี่ยงสูงต่อโรคเบาหวาน เพื่อป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคเบาหวานในอนาคตPurpose: This study aimed to assess the effects of a dietary modification program on a food consumption behavior. Design: An experimental design. Methods: 60 people with prediabetes were participated in this study. Participants were randomly assigned into experimental and control groups with 30 each. Participants in the experimental group received usual care plus the dietary modification program whereas those in the control group received only usual care. The 8-week dietary behavior modification program consisted of 4 sessions of group activities and a follow-up telephone call. Data collection was performed using questionnaires at based line, after intervention (week 4), and follow-up period (week 8). Descriptive statistics and repeated measure one-way ANOVA were used for data analysis. Main findings: The study findings revealed that food consumption behavior, health belief and perceived self-efficacy of the experimental group significantly differed from the control group (F(1,58) = 38.096, p < .001, F(1, 58) = 26.374, p < .001 and F(1, 58) = 26.555, p < .001). Conclusion and recommendations: The dietary modification program could modify food consumption behavior among people with prediabetes. Participants in the experimental group were more confident to choose proper food according to their prediabetic stage and had better health beliefs than those of the control group. Thus, community health nurse practitioners should apply this program in promoting dietary change for people with prediabetes in order to prevent or delay the onset of diabetes mellitus in the future.thaมหาวิทยาลัยมหิดลการปรับเปลี่ยนการบริโภคอาหารพฤติกรรมการบริโภคอาหารกลุ่มเสี่ยงสูงต่อโรคเบาหวานการรับรู้สมรรถนะแห่งตนdietary modificationfood consumption behaviorhealth belief modelprediabetesself-efficacyวารสารพยาบาลศาสตร์Nursing Science Journal of ThailandJournal of Nursing Scienceผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนการบริโภคอาหารต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในกลุ่มเสี่ยงสูงต่อโรคเบาหวานEffects of a Dietary Modification Program on Food Consumption Behavior for People with PrediabetesArticleคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล