มยุรา จรรยารักษ์อุมาภรณ์ ภัทรวาณิชย์มาลี สันภูวรรณ์มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันวิจัยประชากรและสังคม2014-08-262017-10-272014-08-262017-10-272557-08-262555-09วารสารประชากร. ปีที่ 4, ฉบับที่ 1 (2555), 25-47.https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/3018การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์สวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลที่มีผลต่อความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพจิตของกลุ่มประชากรวัยแรงงาน โดยควบคุมด้วยปัจจัยระดับบุคคลและปัจจัยระดับชุมชน จากข้อมูลทุติยภูมิของโครงการสำรวจสุขภาพจิตคนไทยที่ดำเนินการไปพร้อมกับการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2552 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ มีประชากรวัยแรงงานอายุ 15-59 ปี จำนวน 62,229 คน เป็นผู้ให้ข้อมูล ผลการศึกษาพบว่า ประมาณหนึ่งในสิบของวัยแรงงาน มีความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพจิต และสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลส่งผลต่อความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพจิตของวัยแรงงานในประเทศไทย โดยที่ผู้ที่ได้รับสวัสดิการข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจน่าจะมีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตน้อยกว่าผู้ที่ได้รับสวัสดิการจากนายจ้าง จากหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จากระบบประกันสังคม และไม่ได้รับสวัสดิการ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับสวัสดิการข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ มีความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพจิตมากกว่าผู้ที่มีประกันสุขภาพเอกชน นอกจากนี้ยังพบว่า ปัจจัยระดับบุคคล ได้แก่ เพศ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ ประเภทค่าจ้างและรายได้ ปัจจัยระดับชุมชนได้แก่ ภูมิภาคและเขตที่อยู่อาศัย ส่งผลต่อความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพจิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้นข้อเสนอแนะจากผลการศึกษานี้คือ หนึ่ง รัฐควรเร่งประสานความร่วมมือระหว่างกองทุนต่างๆ เพื่อลดความเหลื่อมลำของสิทธิ ประโยชน์ด้านสุขภาพ และ สองหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเพิ่มความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพจิตไว้ในหลักสูตรการศึกษาระดับประถมศึกษาthaมหาวิทยาลัยมหิดลสุขภาพจิตสุขภาพจิตวัยแรงงานสวัสดิการกับสุขภาพจิตสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลกับความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพจิตของวัยแรงงานในประเทศไทยMedical Benefits and Risk of Mental Health Problems among the Working-Age Population in ThailandArticle