จิราภรณ์ ปั้นอยู่จงใจ จงอร่ามเรืองทิพวัลย์ ดารามาศดวงฤทัย บัวด้วงลาวัลย์ สิงห์สายจิราภรณ์ ตั้งสกุลสุุธาสินี แซ่หุงปวัณรัตน์ ปัญจธารากุุลอัมพร ถุงแก้วรุ่งเรืองJiraporn PunyooJongjai JongaramraungTipawan DaramasDongruethai BuadongLawan SinghasaiJirarporn TunksakoolSutasinee SaehoongPawanrat PanjatharakulAmporn Thungkaeorungrueangมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี2022-07-072022-07-072565-07-072564รามาธิบดีพยาบาลสาร. ปีที่ 27 ฉบับที่ 3 (ก.ย.-ธ.ค. 2564), 415-4290858-9739 (Print)2672-9784 (Online)https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/72074การวิจัยเชิงบรรยายนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการับรู้สมรรถนะแห่งตนในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รวมทั้งศึกษาอุปสรรคและความต้องการในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของบุคลากรทางการพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี ในกลุ่มตัวอย่างจำนวน 227 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินความรู้ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และแบบประเมินการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติสหสัมพันธ์แบบสเปียร์แมน ส่วนการสัมภาษณ์เชิงลึกเก็บข้อมูลจากบุคลากรทางการพยาบาลที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยเด็ก จำนวน 30 ราย และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยวิธีการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า บุคลากรทางการพยาบาลมีคะแนนความรู้และการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อยู่ในระดับมาก ส่วนความรู้มีความสัมพันธ์ทางบวกกับการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของบุคลากรทางการพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยเด็กอย่างมีนัยสำตัญทางสถิติ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึกพบว่า อุปสรรคในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของบุคลากรทางการพยาบาล ได้แก่ 1) การเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายหรือแนวปฏิบัติ 2) การจำกัดจำนวนบุคลากรในการดูแล 3) การขาดแคลนอุปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกัน 4) ปัญหาในการสื่อสาร และ 5) การขาดความร่วมมือในการปฏิบัติตนจากผู้ป่วยที่เป็นเด็กเล็ก นอกจากนั้นบุคลากรทางการพยาบาลมีความต้องการในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้แก่ 1) อุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคลที่เพียงพอ และ 2) การจัดทบทวนความรู้ในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อและการใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคล ดังนั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบควรมีมาตรการการเตรียมความพร้อมทั้งด้านอุปกรณ์ในการป้องกันที่เพียงพอ มีการให้ความรู้ตามความต้องการอย่างต่อเนื่อง และควรมีนโยบายหรือแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของบุคลากรทางการพยาบาลที่ให้การดูแลผู้ป่วยเด็กต่อไปThis descriptive research aimed to examine factors related to perceived self-efficacy for coronavirus disease 2019 (COVID-19) prevention and explore the needs and barriers to COVID-19 prevention in a sample of 227 pediatric nursing staff at Ramathibodi Hospital. The research instruments for data collection consisted of a demographic form, the Knowledge Questionnaire about COVID-19 Prevention, and the Perceived Self-efficacy for COVID-19 Prevention Assessment Scale. Quantitative data were analyzed using descriptive statistics and Spearman’s Rho correlation. An in-depth interview was conducted with 30 pediatric nursing staff in Pediatric Department, and qualitative data were analyzed using content analysis. The finding showed that the pediatric nursing staff had a high level of knowledge and perceived self-efficacy scores for COVID-19 prevention. Knowledge was positively and significantly associated with perceived self-efficacy for COVID-19 prevention of pediatric nursing staff. The findings from in-depth interview showed that the problem or barriers for COVID-19 prevention among pediatric nursing staff included: 1) changing policy or practice guidelines, 2) a limited number of professionals for patient care, 3) shortage of personal protective equipment, 4)communication problems, and 5) lack of co-operation of pediatric patients in their practice. Moreover,the pediatric nursing staff had the needs about COVID-19 prevention: 1) sufficiency of personal protective equipment and 2) training for updated knowledge of COVID-19 prevention and the use of personal protective equipment. Consequently, the organization should prepare sufficient personal protective equipment, provide on-demand knowledge continuously, and impose clear policy or guidelines for COVID-19 prevention in pediatric nursing staff.thaมหาวิทยาลัยมหิดลความรู้การรับรู้สมรรถนะแห่งตนการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019พยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยเด็กKnowledgePerceived Self-EfficacyCOVID-19 PreventionPediatric Nursesปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของบุคลากรทางการพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยเด็กFactors Related to Perceived Self-Efficacy for COVID-19 Prevention in Pediatric Nursing StaffArticleโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล