นันทรัตน์ ฉันทะปรีดาฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญวิริณธิ์ กิตติพิชัยวัลลีรัตน์ พบคีรีนพดล กรรณิกาNuntarat ChantapredaChardsumon PrutipinyoWirin KittipichaiIVallerut PobkeereeNoppadon Kannikaมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาบริหารงานสาธารณสุข2022-05-312022-05-312565-05-312564วารสารกฎหมายสุขภาพและนโยบายสาธารณสุข. ปีที่ 7, ฉบับที่ 3 (ก.ย.-ธ.ค. 2564), 461-4732697-6285 (Online)https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/64815การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อวัดระดับคุณภาพชีวิตการทำงาน อธิบายปัจจัยส่วนบุคคล ลักษณะงาน บรรยากาศองค์การ และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ลักษณะงานและบรรยากาศองค์การ กับคุณภาพชีวิตการทำงานของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาจำนวน 109 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.96 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า คุณภาพชีวิตการทำงาน ลักษณะงาน และบรรยากาศองค์การของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร โดยรวมอยู่ในระดับสูง ( x̄ = 3.86, 4.30 และ 4.12 ตามลำดับ) จำนวนชั่วโมงในการปฏิบัติงาน มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับต่ำกับคุณภาพชีวิตการทำงานฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (r = 0.259) ลักษณะงานมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับปานกลาง และบรรยากาศองค์การมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับสูงกับคุณภาพชีวิตการทำงานของพยาบาลวิชาชีพฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (r = 0.538 และ 0.797 ตามลำดับ) ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ผู้บริหารควรมีการวิเคราะห์กระบวนการทำงานของพยาบาลวิชาชีพระดับปฏิบัติการ จากนั้นนำไปวางแผนปรับปรุงระบบงาน เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพให้น้อยลง หน่วยงานควรเปิดโอกาสให้พยาบาลปฏิบัติงานโดยใช้ทักษะ ความสามารถทางวิชาชีพอย่างอิสระตามความเหมาะสมของงาน ผู้บริหารควรแจ้งเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างชัดเจนให้แก่พยาบาลวิชาชีพเพื่อเป็นแรงจูงใจในการทำงาน อันจะส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีThis descriptive research aimed to study the level of work life quality, explained personal factors, job characteristics, organization atmosphere, and analyze the relationship between these factors with work life quality of registered nurses at a private hospital in Bangkok metropolitan. The sample consisted of 109 practicing registered nurses. The research instrument was a self-administered questionnaire for practicing registered nurses which tested for reliability 0.96. Descriptive statistical analysis included mean, percentage, standard deviation, and Pearson’s product moment correlation coefficient. The results showed that the level of work life quality, job characteristics, and organization atmosphere were at a high level (x̄ = 3.86, 4.30 and 4.12 respectively). Working hours was positive at a low level significantly, associated with work life quality at the 0.01 level (r = 0.259). Job characteristics was positive at a moderate level significantly, while organization atmosphere was positive at a high level significantly, related to work life quality at 0.01 level (r = 0.538 and 0.797 respectively). Findings of this research suggest that the management team should analyze working process then plan to improve the work system for reduce working time of nurses. The organization should provide opportunities for nurses to use their skill and knowledge appropriately. The management team should clearly communicate in performance evaluation criteria for the registered nurses as an incentive to work, in order to improve work life quality.thaมหาวิทยาลัยมหิดลคุณภาพชีวิตการทำงานพยาบาลวิชาชีพลักษณะงานบรรยากาศองค์การWork life qualityRegistered nurseJob characteristicOrganization atmosphereคุณภาพชีวิตการทํางานของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งWork Life Quality of Registered Nurses at a Private Hospital In Bangkok MetropolisOriginal Articleภาควิชาบริหารงานสาธารณสุข คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล