เสาวภา พรสิริพงษ์ขวัญจิต ศศิวงศาโรจน์ยงยุทธ บุราสิทธิ์Saowapa PornsiripongseKwanchit SasiwongsarojYongyuth Burasithมหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชียมหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท2020-05-152020-05-152563-05-152557วารสารภาษาและวัฒนธรรม. ปีที่ 33, ฉบับที่ 1 (ม.ค.- มิ.ย. 2557), 99-125https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/55342บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตอบคำถามว่าวัดในประเทศไทยมีความพร้อม ในการรองรับสังคมผู้สูงอายุหรือไม่ มีความพร้อมในด้านใดบ้าง มีปัจจัยอะไรที่ทำให้วัด มีความพร้อมแตกต่างกัน โดยใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณศึกษากับวัดพัฒนาตัวอย่างทั่วประเทศจานวน 866 วัด ระหว่างปี พ.ศ. 2554-2555 ผลการศึกษาพบว่า ในภาพรวมวัดส่วนใหญ่ มีความพร้อมในระดับปานกลาง เมื่อแยกรายด้านพบว่า วัดมีความพร้อมด้านการสร้างเครือข่ายและพื้นที่ทางสังคมสำหรับผู้สูงอายุในระดับมาก ด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิตและด้านการส่งเสริมสุขภาพในระดับปานกลาง ส่วนปัจจัยที่ทำให้วัดมีความพร้อมแตกต่างกัน ได้แก่ ศักยภาพของเจ้าอาวาส จำนวนและคุณสมบัติของพระในวัด ความรู้ของพระ การสนับสนุนจากชุมชนรอบวัด และการทำงานเป็นเครือข่าย แนวทางในการสนับสนุนความพร้อมของวัดได้แก่ การจัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างวัดที่ประสบผลสำเร็จในการทำงานเกี่ยวกับผู้สูงอายุ การถวายความรู้เรื่องการบริหารและเรื่องผู้สูงอายุแด่พระสงฆ์ การสนับสนุนการสร้างเครือข่ายของวัด และการจัดพื้นที่และสิ่งแวดล้อมของวัดให้เอื้อต่อผู้สูงอายุThe objectives of this article are to explore how prepared Buddhist temples are for an aging society, which aspects of their preparation are significant, and what factors make some temples different from others. A quantitative method was used to collect datafrom 866 developed temples throughout the countryduring 2012-2013. The findings are as follows: almost all of the temples were moderately ready.They werehighly preparedfor social networking and social space, and moderately prepared for life-longlearning and health promotion.Factorsaffecting different degrees of preparedness included:the abbot’spotential, numberof monks, qualifications and knowledge of the resident monks, support from communities nearby,and experience in social networking. The means to developing the preparedness of temples were:sharing knowledge on best practices of temples, training programs for abbots on active administration, educating monks on aspects of aging,supporting temples in establishingnetworks, and creating an aged-friendly environment.thaมหาวิทยาลัยมหิดลผู้สูงอายุวัดศาสนาพุทธทุนทางสังคมAged peopletempleBuddhismsocial capitalวารสารภาษาและวัฒนธรรมJournal of Language and Cultureวัดในพุทธศาสนากับความพร้อมในการรองรับสังคมผู้สูงอายุPreparedness of Buddhist temples for an aging societyResearch Articleสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล