อรนุช ภาชื่นสนธยา ภักดีกิจชนินทร์ เจริญกุลพิมล โคกขุนทดทัศนีย์ ศิลาวรรณวรรณเพ็ญ ศรบรรจงจุฑาพร ทับเพ็ชรสุรินทร์ สรงสระแก้วอังสนา บุญธรรมดอกบัว ชาญสูงเนิน2010-11-172011-08-292020-10-122010-11-172011-08-292020-10-122553-11-1725469749574648https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/59344vii, 84 หน้า : ภาพประกอบ ; 30 ซม.การวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการดำเนินงานชุมชนน่าอยู่โดยประยุกต์ใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาสาธารณสุข ซึ่งมุ่งพัฒนาศักยภาพของชุมชนและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาและดูแลชุมชนของตนเองได้อย่างเหมาะสมในทุกขั้นตอนของกระบวนการพัฒนา ประชากรในการวิจัยคือครัวเรือนทั้งหมดในสองหมู่บ้านของตำบลโป่งแดง อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา องค์กรชุมชนในการวิจัยคือองค์กรของรัฐที่รับผิดชอบในการพัฒนาพื้นที่วิจัยทั้งในระดับตำบลและอำเภอ กระบวนการวิจัยประกอบด้วยการพัฒนาองค์กรชุมชน การพัฒนาตัวชี้วัดชุมชนน่าอยู่ และการพัฒนาชุมชนน่าอยู่ เครื่องมือในการวิจัยคือแบบบันทึก แบบคัดลอกข้อมูล แบบสัมภาษณ์ แนวคำถาม แบบสังเกต แผนที่ อุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับตรวจร่างกายและคัดกรองผู้ป่วยและภาวะเสี่ยง เครื่องมือในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม และเครื่องมือและอุปกรณ์ในการดำเนินงานตามแผนงานโครงการและการประเมินผล ผลการวิจัยได้วิสัยทัศน์และตัวชี้วัดชุมชนน่าอยู่ที่พึงปรารถนาที่ครอบคลุมมิติของการพัฒนาชุมชนทุกด้าน ได้แก่ การศึกษา เศรษฐกิจ ยาเสพติด ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี สิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วม ความสามัคคี กีฬา การสื่อสารและสุขภาพ และมีการจัดทำแผนงานโครงการพัฒนาชุมชนน่าอยู่รวมทั้งสิ้น 32 โครงการ ผลการดำเนินงานเมื่อสิ้นสุดโครงการพบว่าทั้งสองหมู่บ้านบรรลุตัวชี้วัดระดับชุมชนตามเกณฑ์ที่กำหนดทุกตัวชี้วัด บรรลุตัวชี้วัดระดับครอบครัวและบุคคลตามเกณฑ์ที่กำหนดเกือบทุกตัวชี้วัด ข้อเสนอแนะจากการวิจัยควรจัดระบบการติดตามและควบคุมกำกับการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการแบบมีส่วนร่วมโดยใช้การประชุมนำเสนอผลการดำเนินงาน เวทีชาวบ้าน และข้อมูลข่าวสารเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการพัฒนาสู่ตัวชี้วัดชุมชนน่าอยู่เป็นระยะ ควรระดมทรัพยากรและจัดช่องทางประสานงานจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการชุมชนน่าอยู่ให้ต่อเนื่อง ควรกระตุ้นให้มีการดำเนินงานหรือมีกิจกรรมร่วมกันในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีบรรยากาศของความสามัคคีและความร่วมมือกันของคนในชุมชนเพื่อการพัฒนาบ้านเกิด และควรจัดให้มีการประชุมระดมความคิดเพื่อทบทวนตัวชี้วัดชุมชนน่าอยู่อย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อปรับแผนงาน/โครงการสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และสถานการณ์ของชุมชนยิ่งขึ้น45200762 bytesapplication/pdfthaมหาวิทยาลัยมหิดลการพัฒนาชุมชน--นครราชสีมานครราชสีมาการพัฒนารูปแบบชุมชนน่าอยู่ตำบลโป่งแดง อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสิมาResearch Report