พรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์ชาญคณิต กฤตยา สุริยะมณีฐนันดร์ศักดิ์ บวรนันทกุลพฤกจิกา จินทะยะ2024-01-232024-01-23255625672556วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม))--มหาวิทยาลัยมหิดล, 2556https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/93533อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม (มหาวิทยาลัยมหิดล 2556)การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าใจลักษณะการเข้าถึง และวิธีการควบคุมการเข้าถึงเนื้อหาทางเพศบนอินเตอร์เน็ตของเยาวชนที่เป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลายในเขตกรุงเทพมหานคร โดยสถาบันครอบครัว และสถาบันการศึกษาและเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพศึกษาเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มโรงเรียนที่มีผลการเรียนเฉลี่ยต่ำและกลุ่มโรงเรียนที่มีผลการเรียนเฉลี่ยมาก ของโรงเรียนรัฐบาลพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน โดยนำหลักเกณฑ์ผลการเรียนเฉลี่ยสำหรับเข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยปี การศึกษา 2553 มาใช้เป็นเกณฑ์ในการจัดแบ่งกลุ่มกับกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาทุกกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มตัวอย่าง สถาบันครอบครัว กลุ่มตัวอย่างสถาบันการศึกษาและเจ้าหน้าที่ภาครัฐ และกลุ่มตัวอย่างนักเรียนชั้นมัธยมปลาย รวมทั้งสิ้น 3 กลุ่มตัวอย่าง เป็นจำนวน 67 คน โดยใช้การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง และไม่มีโครงสร้างควบคู่กันเพื่อเก็บข้อมูลจากการศึกษา (1) กลุ่มตัวอย่างสถาบันครอบครัว ที่โดยมากมีสัมพันธภาพใกล้ชิดกับบุตร ประกอบด้วยผู้ปกครองที่มี และไม่มีการควบคุมการเข้าถึงเนื้อหาทางเพศบนอินเตอร์เน็ตของบุตร พบว่าถึงแม้จะมีการควบคุม ได้แก่ ตรวจสอบการใช้งานอินเตอร์เน็ตของบุตรย้อนหลัง ควบคุมมิให้จัดวางคอมพิวเตอร์ในห้องส่วนตัว และติดตั้งโปรแกรมสกัดกั้นเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม แต่บุตรของผู้ปกครองบางท่านยังมีการเข้าถึงเนื้อหาทางเพศบนอินเตอร์เน็ต (2) กลุ่มตัวอย่างสถาบันการศึกษา และ เจ้าหน้าที่ภาครัฐ พบว่าสถาบันการศึกษามีกฎระเบียบเกี่ยวกับการใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีในสถานศึกษา และบางโรงเรียนมีโครงการรณรงค์เกี่ยวกับการใช้งานอินเตอร์เน็ตโดยเฉพาะ แต่นักเรียนบางคนยังมีการเข้าถึงเนื้อหาทางเพศบนอินเตอร์เน็ตในสถานศึกษา นอกจากนี้ในส่วนของการป้องกันยังพบว่า เจ้าหน้าที่ภาครัฐมีมาตรการในการป้องกันการเข้าถึงเนื้อหาทางเพศบนอินเตอร์เน็ตของเยาวชนหลายมาตรการ อาทิ การจัดทำโปรแกรมเฮ้าส์คีปเปอร์ เพื่อสกัดกั้นเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมและโครงการลูกเสือไซเบอร์ เพื่อสร้างแกนนำนักเรียนในการสอดส่อง และใช้งานอินเตอร์เน็ตอย่างเหมาะสม แม้ว่ากลุ่มตัวอย่างสถาบันครอบครัว และสถาบันการศึกษาจะมีการควบคุมดังกล่าวข้างต้น แต่นักเรียนยังมีการเข้าถึงเนื้อหาทางเพศบนอินเตอร์เน็ต ดังนั้น ผลการวิจัยจึงไม่สอดคล้องสมมติฐานที่ว่า สัมพันธภาพและความใกล้ชิดภายในครอบครัว และนโยบายและการควบคุมของสถาบันการศึกษา ส่งผลต่อการเข้าถึงเนื้อหาทางเพศบนอินเตอร์เน็ต (3) กลุ่มตัวอย่างนักเรียนชั้นมัธยมปลาย พบว่านักเรียนมีพฤติกรรมเข้าถึงเนื้อหาทางเพศจากเว็บไซต์ลามกอนาจาร เว็บไซต์บันเทิงทั่วไปที่มีเนื้อหาทางเพศแฝงและเว็บไซต์สังคมออนไลน์และเคยมีพฤติกรรมส่งต่อภาพลามกอนาจารให้กับกลุ่มเพื่อนรวมทั้งการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง ผู้วิจัยเห็นควรว่าผู้ปกครองและครูอาจารย์ ต้องก้าวทันอินเตอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง และการควบคุมการเข้าถึง เนื้อหาทางเพศบนอินเตอร์เน็ตต้องกระทำอย่างจริงจัง ตลอดจนภาครัฐควรมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทุกชนชั้นรู้ถึงการบังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มากขึ้นก-ฎ, 169 แผ่นapplication/pdfthaผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าอินเทอร์เน็ต -- การควบคุมการเข้าถึง -- ไทย -- กรุงเทพฯนักเรียน -- พฤติกรรมทางเพศเว็บไชต์ -- การควบคุมการเข้าถึงการควบคุมการเข้าถึงเนื้อหาทางเพศบนอินเตอร์เน็ตของนักเรียนชั้นมัธยมปลาย : กรณีศึกษาเปรียบเทียบโรงเรียนรัฐบาลพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในControl of the access sexual content in the internet among high school students : a comparative case study of public high school students in inner Bangkok districtsMaster Thesisมหาวิทยาลัยมหิดล