เจนจิรา ทองดี2024-02-292024-02-292024-02-232019https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/97391การประชุมวิชาการประจำปีศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ครั้งที่ 7 เรื่อง “ชีวิตกับการเรียนรู้ในฐานะโรงเรียนแพทย์ (Life and Learning on the Premises of Medical School)” ณ ห้องประชุมอเนกประสงค์ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา, นครปฐม. 5 เมษายน 2562. หน้า 22-31วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาอุบัติการณ์การได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่และปัจจัยที่มีผลต่อการได้รับ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง แผนกผู้ป่วยนอกอายุรกรรม ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล วัสดุและวิธีการ: การศึกษานี้เป็น การศึกษาแบบพรรณนาย้อนหลัง โดยใช้เวชระเบียนของผู้ป่วย แผนกอายุรกรรม ที่มีการติดตามการรักษาต่อเนื่อง และมีข้อบ่งชี้ที่ต้องได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ระหว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556 ถึง พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ผลการศึกษา: เวชระเบียนของผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงจํานวน 207 เวชระเบียนถูกสุ่มเข้าการศึกษา พบ อัตราการสั่งจ่ายวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพียงร้อยละ 34.3 ซึ่งปัจจัยที่มีผลตอการฉีดวัคซีน ไข้หวัด ใหญ่ในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ แพทย์ผู้ตรวจและสิทธิการรักษาของผู้ป่วย โดยพบว่าอายุรแพทย์มี การสั่งจ่ายวัคซีนไข้หวัดใหญ่มากกว่าแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (อายุร แพทย์สั่งจ่ายวัคซีนร้อยละ 45.7 เทียบกับ แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปสั่งจ่ายวัคซีนร้อยละ 3.6; odds ratio 22.97 [ 5.22-101.13 ]; p <0.001) และผู้ป่วยสิทธิเบิกจ่ายตรงและรัฐวิสาหกิจได้รับ วัคซีนไข้หวัดใหญ่มากกว่าผู้ป่วยที่จ่ายค่ารักษาพยาบาลเองอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (ผู้ป่วย สิทธิเบิกจ่ายตรงและรัฐวิสาหกิจได้รับวัคซีน ร้อยละ 39.2 เทียบกับ ผู้ป่วยที่จ่ายค่ารักษาพยาบาล เองได้รับวัคซีนร้อยละ 11.1; odds ratio 4.86 [1.53-15.44]; p 0.007) สรุป: อัตราการสั่งจ่ายวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในผู้ป่วยกลุมที่มีความเสี่ยงสูงอยู่ในระดับที่ต่ํา ปัจจัยมี ผลต่อการสั่งจ่ายวัคซีนนั้นมีหลายปัจจัย ได้แก่ แพทย์ผู้รักษา, ความตระหนักรู้ของผู้ป่วยและ ปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล ดังนั้นการจัดแนวทางการพัฒนาอย่างเป็นระบบและ เพิ่มการฝึกอบรมแพทย์เป็นสิ่งสําคัญ ที่จะนําไปสู่การสั่งจ่ายวัคซีนที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความ เสี่ยงสูงObjective: This research aims to demonstrate rate of influenza vaccine prescribing and possible influencing factors on influenza vaccine prescription for high-risk patients at the outpatient medicine department, Golden Jubilee Medical Center, Mahidol University. Material and Method: The author retrospectively reviewed medical records of the patients that indicated the need for influenza vaccination from June 2013 to May 2014. Results: Two hundred and seven medical records were met inclusion criteria and reviewed. The rates of influenza vaccine prescribing in high- risk patients were 34.3 percent. The factors that affected influenza vaccination include physicians who ordering vaccine (Internist ordering vaccine 45.7% vs General practitioner ordering vaccine 3.6% odds ratio 22.97 [5.22-101.13]; p < 0.001) and health privilege (reimbursement 39.2% vs self-paying 11.1% odds ratio 4.86 [1.53- 15.44]; p 0.007) Conclusion: Influenza vaccine coverage remained low for all high- risk patients. There are various factors that influenced vaccine prescribing include physicians and reimbursement issue. Therefore, a systematic approach, physician entraining and patient education are important ways to increase influenza vaccine prescribing in high-risk patients.application/pdfengผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าInfluenza vaccineGolden Jubilee Medical CenterPrescribingอัตราการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงที่เข้ารับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอกอายุรกรรม ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดลRate and Factors Influencing of Influenza Vaccination for High Risk Outpatients in Golden Jubilee Medical CenterProceeding Articleมหาวิทยาลัยมหิดล