พัชรี ชูกันหอมอัจฉรียา ปทุุมวันสามารถ ภคกษมาPhatcharee ChookanhomAutchareeya PatoomwanSamart Pakakasamaมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี2022-07-052022-07-052565-07-052564รามาธิบดีพยาบาลสาร. ปีที่ 27 ฉบับที่ 1 (ม.ค.-เม.ย. 2564), 47-600858-9739 (Print)2672-9784 (Online)https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/72019การศึกษานี้เป็นวิจัยเชิงพรรณนามีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะการเกิดอาการ อ่อนล้าและอาการนอนหลับแปรปรวนในวัยรุ่น โรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดใน โรงพยาบาล กลุ่มตัวอย่าง คือ วัยรุ่น โรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดในโรงพยาบาล ตติยภูมิจำนวน 2 แห่ง จำนวน 33 ราย โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลคือ แบบประเมินอาการอ่อนล้าสำหรับวัยรุ่น โรคมะเร็งและแบบบันทึกการนอนหลับประจำวัน เพื่อประเมินอาการนอนหลับแปรปรวน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย ผลการศึกษา พบว่า วัยรุ่น โรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ มีระดับความรุนแรง ของอาการอ่อนล้าอยู่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่พบอาการนอนหลับแปรปรวนที่ได้จากการ บันทึกการนอนหลับประจำวัน มีการใช้เวลาในการนอนหลับเฉลี่ยมากที่สุุด เท่ากับ 9.24 ชั่วโมง ซึ่งอยู่ ในวันที่ 2 ของการได้รับยาเคมีบำบัด มีการงีบหลับในตอนกลางวันอยู่ ระหว่าง 31–60 นาที ต่อวัน ในทั้ง 3 วัน ระยะเวลาตั้งแต่เข้านอนจนกระทั่งหลับส่วนใหญ่ใช้เวลามากกว่า 40 นาทีวัยรุ่น รายงานการรับรู้รู้สึกถึงความเพียงพอในการนอนหลับว่ารู้สึกง่วงเล็กน้อยในวันที่่ 1 และรู้สึก ค่อนข้างง่วงเพิ่มขึ้นในวันที่ 3 ผลการวิจัยนี้เป็นข้อมูลพื้นฐานเพื่อให้พยาบาลและบุคลากรทาง การแพทย์อื่นๆ มีความตระหนักถึงการเกิดอาการอ่อนล้าและอาการนอนหลับแปรปรวนในวัยรุ่น โรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดในโรงพยาบาลและควรประเมินอาการเหล่านี้ทุกวัน เพื่อวางแผนการพยาบาลที่เหมาะสมต่อไปThis descriptive study aimed to describe fatigue and sleep disturbance in hospitalized adolescents with cancer receiving chemotherapy. The purposive sample included 33 adolescents with cancer admitted to two tertiary hospitals to receive chemotherapy. The instruments were the Fatigue Scale-Adolescent FS-A and Sleep Diaries. Data were analyzed using descriptive statistics. The results of the study revealed that most adolescents reported mild to moderate level of fatigue. The results did not indicate sleep disturbances as obtained from the daily sleep recordings. The average sleep duration was 9.24 hours on the second day of the chemotherapy treatment. The daytime naps were between 31 and 60 minutes per day for all three days, and the time from beginning to sleep (sleep latency) lasted more than 40 minutes. The perceived sleep adequacy were reported as slightly sleepy on the first day and quite drowsy on the third day. The results of this study provide basic information for nurses and other healthcare professionals to beware of fatigue and sleep disturbance in adolescents with cancer receiving chemotherapy and routinely assess these symptoms during children’s hospitalization for planning appropriate interventions.thaมหาวิทยาลัยมหิดลวัยรุ่นอาการอ่อนล้าอาการนอนหลับแปรปรวนยาเคมีบำบัดการรักษาในโรงพยาบาลโรคมะเร็งAdolescentFatigueSleep disturbanceChemotherapyHospitalizationอาการอ่อนล้าและอาการนอนหลับแปรปรวนในวัยรุ่นโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดในโรงพยาบาลFatigue and Sleep Disturbance in Hospitalized Adolescents with Cancer Receiving ChemotherapyArticleโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล