หทัยรัตน นิลประเสริฐกนิษฐา จำรูญสวัสดิ์พิทยา จารุพูนผลปิยะธิดา ขจรชัยกุลมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาอนามัยครอบครัว2022-07-162022-07-162565-07-162564วารสารสุขศึกษา. ปีที่ 44, ฉบับที่ 2 (ก.ค.- ธ.ค. 2564), 47-63https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/72158จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นจังหวัดที่มีการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นสูง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา สถานการณ์การตั้งครรภ์ซ้ำและศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ และสามารถคาดทำนายโอกาสของการ คุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำของมารดาวัยรุ่น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การศึกษาเชิงสำรวจแบบ ภาคตัดขวางนี้ใช้แบบสอบถามชนิดถามตอบด้วยตนเอง กับมารดาวัยรุ่นหลังคลอด 3 เดือน ถึง 1 ปีที่มีอายุ 15-19 ปี จำนวน 301 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหา ความสัมพันธ์โดยการทดสอบไคสแควร์และการวิเคราะห์การถดถอยพหุแบบลอจิสติก ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการคุมกำเนิดหลังคลอดร้อยละ 74.4 ปัจจัยที่ร่วมคาดทำนายโอกาส ของการคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำ ได้แก่ มารดาวัยรุ่นที่ได้รับข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพและการ คุมกำเนิดจากญาติพี่น้อง จะคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำเป็น 2.4 เท่า (Adjusted OR = 2.418, 95% CI = 1.023-5.712) ของกลุ่มที่ไม่ได้รับ มารดาวัยรุ่นที่มีสถานภาพสมรสคู่ จะคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการ ตั้งครรภ์ซ้ำเป็น 3.7 เท่า (Adjusted OR = 3.783, 95% CI = 1.251-11.438) ของผู้ที่มีสถานภาพสมรสอื่น มารดาวัยรุ่นที่มีบุตรเพียงคนเดียว จะคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำเป็น 4.5 เท่า (Adjusted OR = 4.549, 95% CI = 1.904-10.872) ของมารดาวัยรุ่นที่มีบุตรมากกว่า 1 คน และมารดาวัยรุ่นที่มีการเข้าถึง บริการวางแผนครอบครัวระดับมาก จะคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำเป็น 2.2 เท่า (Adjusted OR = 2.276% CI = 1.082-4.788) ของกลุ่มที่เข้าถึงในระดับน้อย ตัวแปรทั้ง 4 สามารถร่วมกันคาดทำนายโอกาส ที่มารดาวัยรุ่นหลังคลอดจะคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำได้อย่างถูกต้องร้อยละ 88.4 ดังนั้นบุคลากร สุขภาพควรให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการคุมกำเนิด โดยเน้นการให้ข้อมูลทั้งกับมารดา วัยรุ่นและคนใกล้ชิดในครอบครัวเพื่อสร้างความตะหนักต่อการไปรับบริการคุมกำเนิด เพื่อป้องกันการ ตั้งครรภ์ซ้ำPrachuap Kiri Khan is one of the provinces with high teenage pregnancy rate. This research aims to identify predictive factors on family planning practice to prevent repeated pregnancy among teenage mothers in Prachuab Khiri Khan Province. Cross-sectional survey was conducted using self-administered questionnaire among teenage mothers aged between 15 to 19 years old who had delivered between three months to one year. Data were described by percentage, mean and standard deviation. Analytical statistics to identify relationship were done by Chi-square test and stepwise multiple logistic regression analysis. The result showed that seventy-four percent of the teenage mothers were practiced family planning. Predictive factors on family planning practices to prevent repeated pregnancy were as follows: the teenage mothers who received health and family planning information from their relatives will practice family planning 2.4 times (Adjusted OR = 2.418, 95% CI = 1.023-5.712) compared to those who did not; the respondents who were married will practice family planning 3.7 times (Adjusted OR = 3.783, 95% CI = 1.251- 11.438) compared to the others; those who had one child will practice family planning 4.5 times (Adjust OR = 4.549, 95% CI = 1.904-10.875) compared to those with more than one child; and the teenage mothers who had high level to access on family planning services will practice family planning 2 . 2 times (Adjusted OR = 2 . 2 7 6 , CI = 1 . 0 8 2 - 4 . 7 8 8 ) compared to the low level. Therefore, public health personnel should recognize the importance of providing information and knowledge on family planning to the teenage mothers and their family members to raise their awareness on the utilization of family planning services to prevent repeated pregnancy.thaมหาวิทยาลัยมหิดลการป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำการคุมกำเนิดมารดาวัยรุ่นปัจจัยทำนายการคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำของมารดาวัยรุ่น ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์Predictive factors on family planning practice to prevent repeated pregnancy among teenage mothers in Prachuab Khiri Khan ProvinceResearch Articleคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล