วีรานันท์ ดำรงสกุลชนน์ชนก พลสิงห์2024-01-232024-01-23255525672555วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (วัฒนธรรมศึกษา))--มหาวิทยาลัยมหิดล, 2555https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/93609วัฒนธรรมศึกษา (มหาวิทยาลัยมหิดล 2555)การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา มาตรการภาษีในการบริหารงานพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นประเภทต่าง ๆ ตามหน่วยภาษี 3 รูปแบบ คือ บุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคล สมาคมหรือมูลนิธิ และสมาคมหรือมูลนิธิที่ได้รับการประกาศเป็นองค์การสถานสาธารณกุศลตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร โดยศึกษาภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ และภาษีป้าย เพื่อเสนอแนวทางการปรับปรุงและ เพิ่มเติมกฎหมายอย่างสมเหตุสมผลต่อการบริหารงานพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย วิธีการศึกษา นำบัญชีการเงินของพิพิธภัณฑ์ที่ จดทะเบียนเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร โดยคัดเลือกพิพิธภัณฑ์ที่ มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ รู้จักในสังคม มีการเสียภาษีและจัดทำบัญชีอย่างถูกต้องมาคำนวณเงินภาษีที่ต้องชำระตามหน่วยภาษีทั้ง 3 รูปแบบ จากนั้นจึงเปรียบเทียบความแตกต่างของจำนวนเงินภาษีและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อวิเคราะห์ปัญหาพร้อมนำเสนอแนวทางที่ เหมาะสมด้วยการสัมภาษณ์ผู้มีประสบการณ์ด้านพิพิธภัณฑ์ ด้านบริหารจัดการและด้านภาษีอากร ผลการศึกษา พบว่า รัฐจัดเก็บภาษีจากพิพิธภัณฑ์ตามหน่วยภาษีในการจดทะเบียน โดยพิพิธภัณฑ์ที่จดทะเบียนภายใต้องค์กรธุรกิจมีหน้าที่ ชำระภาษีเสมือนการประกอบธุรกิจ ส่วนพิพิธภัณฑ์ที่ จดทะเบียนภายใต้องค์กรไม่มุ่งแสวงผลกำไรมีหน้าที่ชำระภาษีตามองค์กรที่ได้จดทะเบียนไว้ทำให้พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นถูกจัดเก็บภาษี แตกต่างกันดังนี้ ภาษีเงินได้ พิพิธภัณฑ์ที่ดำเนินงานโดยบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลเสียภาษีเงินได้แบบอัตราก้าวหน้า ส่วนพิพิธภัณฑ์ที่ ดำเนินงานโดยสมาคมหรือมูลนิธิเสียภาษีแบบอัตราคงที่ แต่ไม่สามารถนำต้นทุนมาหักค่าใช้จ่ายได้ และพิพิธภัณฑ์ที่ ดำเนินงานโดยสมาคมหรือมูลนิธิที่ ได้รับการประกาศเป็นองค์การสถานสาธารณกุศล มาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากรไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่มการประกอบกิจการพิพิธภัณฑ์ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1) (ฏ) แห่งประมวลรัษฎากรไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ตามแนววินิจฉัยของกรมสรรพากร ได้รับการยกเว้นเฉพาะค่าเข้าชม) ภาษีโรงเรือนและที่ ดินไม่ได้รับการยกเว้นภาษี ภาษีบำรุงท้องที่ ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี และภาษีป้ายพิพิธภัณฑ์ที่ ดำเนินงานโดยบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลไม่ได้รับการยกเว้นภาษี แต่พิพิธภัณฑ์ที่ ดำเนินงานโดยสมาคมหรือมูลนิธิ และสมาคมหรือมูลนิธิที่ ได้รับการประกาศเป็นองค์การสถานสาธารณกุศลตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากรได้รับการยกเว้นภาษีป้ายด้วยมาตรการและสิทธิประโยชน์ดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาอันเป็นอุปสรรคในการบริหารงาน ได้แก่ ปัญหาการมีสถานะเป็นองค์การสถานสาธารณกุศลโดยการถาวร ปัญหาการขอมีสถานะเป็นองค์การสถานสาธารณกุศลตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ปัญหาภาษีมูลค่าเพิ่มกับการจำหน่ายสินค้าและการบริจาค ปัญหาเรื่องการจำกัดวิธีบริจาค ปัญหาสิทธิประโยชน์จากการบริจาค ปัญหาการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ ดิน ภาษี บำรุงท้องที่ และภาษีป้าย โดยมีข้อเสนอเพื่อเพิ่มเติมมาตรการทางภาษี คือ มาตรการทางภาษีเพื่อเป็นแรงจูงใจในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐานสากล เพื่อส่งเสริมการบริจาคแก่พิพิธภัณฑ์ เพื่อส่งเสริมการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น และเพื่อส่งเสริมพิพิธภัณฑ์เอกชนเป็นผู้ประกอบการสังคมก-ฑ, 231 แผ่น : ภาพประกอบapplication/pdfthaผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าพิพิธภัณฑ์ -- ไทยพิพิธภัณฑ์ -- การบริหารพิพิธภัณฑ์ -- การจัดการภาษีอากรการคลัง -- การบริหารมาตรการภาษีในการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นTaxation measures in the management of local museumsMaster Thesisมหาวิทยาลัยมหิดล