วิกานดา พรหมขุนทองอิสระ ชูศรีกรญาร์ เตชะวงศ์เสถียรนวภู แซ่ตั้ง2024-01-092024-01-09256225622567วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (วัฒนธรรมศึกษา))--มหาวิทยาลัยมหิดล, 2562https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/92048วัฒนธรรมศึกษา (มหาวิทยาลัยมหิดล 2562)วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาภาวะไม่ลงรอยของศิลปิน จ่าง แซ่ตั้ง กับขนบประวัติศาสตร์ศิลปะไทยสมัยใหม่ โดยสำรวจมิติต่าง ๆ ที่จ่างได้รับการพูดถึงในบริบทไทย เพื่อขยายกรอบการศึกษาประวัติศาสตร์ศิลปะและทฤษฎีศิลป์ ผ่านการเชื่อมโยงกับมุมมองวัฒนธรรมศึกษา จากการวิจัยพบว่า ภาวะไม่ลงรอยของจ่างสามารถพิจารณาผ่านพลวัตใน 3 บริบท ได้แก่ บริบทศิลปะในสถาบันการศึกษาและภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับอิทธิพลศิลปะตะวันตก แตกต่างจากอิทธิพลวัฒนธรรมจีนในผลงานของจ่าง ประกอบกับการศึกษาศิลปะด้วยตนเอง การปฏิเสธการขายผลงานและอัตลักษณ์ความเป็นไทย-จีน ที่ทำให้จ่างแตกต่างจากศิลปินไทยที่ได้รับการยอมรับระดับชาติคนอื่นๆ บริบทที่สอง ได้แก่ บริบทชุมชนศิลปินนอกสถาบันการศึกษาที่ขับเคลื่อนสังคมในช่วงทศวรรษที่ 1970 จ่างเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มดังกล่าวแต่เลือกที่จะแสดงออกทางการเมืองอย่างแตกต่างผ่านการใช้ตัวตนและ ร่างกาย บริบทสุดท้าย คือ การเป็นที่รู้จักผ่านวัฒนธรรมสมัยนิยมช่วงกระแส "ฮิปปี้ " อย่างไรก็ตามข้อเขียนเกี่ยวกับจ่างในสื่อสิ่งพิมพ์มีความพยายามในการก้าวข้ามการเป็นที่รู้จักผ่านภาพลักษณ์ภายนอก พลวัตเหล่านี้สะท้อนภาวะความไม่ลงรอยของศิลปินผ่านการไม่ยอมจำนนต่อกรอบการนิยามตัวตนในมิติใดมิติหนึ่งส่งผลให้จ่างมีภาวะไม่ลงรอยกับขนบศิลปะไทยสมัยใหม่ แต่ก็ยังได้รับการยอมรับจากสาธารณะ และเป็นหนึ่งในศิลปินที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ของศิลปะทางเลือกThis thesis aims to study the conditions of 'the misfits' of Tang Chang (also known as Chang Sae-tang) in the canonical modern Thai art history. The project surveyed different dimensions that Chang has been publically referred to in Thailand, particularly by expanding research traditions in art history and art theory to perspectives from cultural studies. The research found that the misfits of Chang could be considered in three dimensions. The first dimension was Thai canonical art and academic context that valued Western art, whereas the self-taught Chang drew influences from Chinese culture. Chang's refusal to sell his art works and the affirmation of Thai-Chinese identity further made him differ from other 'national' artists. The second dimension was the context of social art movement in Thailand in the 1970s. Chang was part of the movement but chose to express his political stance differently through the self-representation of his own body. The last dimension was the popular cultural context during the "Hippie" era which Chang's public persona fitted in. Yet, writings about Chang in print publications attempted to move away from the artist's public appearance. These dimensions reflected the state of 'the misfits' as the artist consistently refused to fit in one frame of reference, particularly in the tradition of Thai modern art. Interestingly, these very conditions made him become well-known publically as one of the important artists in Thai alternative art movementก-ญ, 110 แผ่น : ภาพประกอบapplication/pdfthaผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าจ่าง แซ่ตั้ง, 2477-2533ศิลปิน -- ไทย -- ผลงานการจัดวาง จ่าง แซ่ตั้งในภาวะไม่ลงรอยของขนบศิลปะไทยสมัยใหม่Locating the misfits of Tang Chang within the tradition of modern art in ThailandMaster Thesisมหาวิทยาลัยมหิดล