จารุวรรณ ธาดาเดชปรารถนา สถิตย์วิภาวีปิยธิดา ตรีเดชกนกวรรณ เมธะพันธุ์2024-01-162024-01-16255625672556วิทยานิพนธ์ (วท.ม. (บริหารสาธารณสุข))--มหาวิทยาลัยมหิดล, 2556https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/92944บริหารสาธารณสุข (มหาวิทยาลัยมหิดล 2556)การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวางเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการรับรู้วัฒนธรรมความปลอดภัยของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในหนึ่งกลุ่มโรงพยาบาลภาคเอกชนไทย กลุ่มตัวอย่างคือบุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลภาคเอกชนไทยหนึ่งกลุ่ม ที่ปฏิบัติงานตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป จำนวน 304 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2556 ถึงวันที่ 12 กรกฎาคม 2556 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณา สถิติไคสแควร์ และสถิติการวิเคราะห์ถดถอยพหุโลจิสติก ผลการวิจัยพบว่าระดับการรับรู้วัฒนธรรมความปลอดภัยของบุคลการโดยรวมอยู่ในระดับสูง ปัจจัยอายุ ระยะเวลาปฏิบัติงาน หน่วยงาน ตำแหน่ง และมิติความปลอดภัยของผู้ป่วยด้านความคาดหวังต่อหนัวหน้างาน/ผู้จัดการในการดำเนินงานเกี่ยวกับกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัย ด้านการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้หรือการพัฒนอย่างต่อเนื่อง ด้านการทำงานเป็นทีมภายในหน่วยงาน ด้านการจัดคนทำงาน ด้านการส่งต่องานและการเปลี่ยนผ่านของโรงพยาบาล ด้านการสื่อสารที่เปิดกว้าง ด้านการสื่อสารและการรับข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับควมผิดพลั้ง ด้านการทำงานเป็นทีมระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในโรงพยาบาลมีความสัมพันธ์กับการรับรู้วัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ส่วนปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการรับรู้วัฒนธรรมความปลอดภัย ได้แก่ ปัจจัยความปลอดภัยของผู้ป่วยด้านความคาดหวังที่มีต่อหัวหน้างาน/ผู้จัดการในการดำเนินงานเกี่ยวกับกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัย และปัจจัยความปลอดภัยของผู้ป่วยด้านการส่งต่องานและการเปลี่ยนผ่านของโรงพยาบาล โดยอธิบายความผันแปรได้ร้อยละ 16 (P< 0.05) การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ดีในโรงพยาบาล ผู้บริหารควรมีการจัดแนวทางการปฏิบัติด้านความปลดภัย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เน้นการแก้ปัญหาเชิงระบบมากกว่าการตำหนิหรือลงโทษผู้กระทำผิด เพื่อสร้างแรงจูงใจ ขวัญและกำลังใจให้บุคลการตระหนักถึงความปลอดภัยIs research was a cross-sectional study with the objective of studying factors associated with the safety culture of personnel working in a private hospital group in Thailand. The studied sample were 304 personnel who had more than one year of working experience in the hospitals. Information was collected by using questionnaires from 12th June to 12th July, 2013. The information was analysed by using descriptive statistics, chi-square and binary logistic regression. The study found that the level of overall perceived safety culture of personnel working in a private hospital group was high. The following factors: age, working duration, working unit, position, patient safety with regard to of Supervisor/Manager Expectations and Actions Promoting Patient Safety, Organizational Continuous Movement, Teamwork Within Units, Staffing, Handoffs and Transitions, Communication Openness, Feedback & Communication About Error and Teamwork Across Units in the hospital had association with safety culture with statistical significance (P < 0.05). The factors which had association with perceived safety culture, and could explain their variance by 16 percent (P < 0.05), were patient safety with regard to of Supervisor/Manager Expectations and Actions Promoting Patient Safety and Hand off and Transition. In order to build the safety culture in hospitals, management should enforce guidelines for working safely and sharing knowledge and experience among colleagues about problem solving rather than blaming or punishing personnel for their low motivation and moraleก-ญ, 154 แผ่น : ภาพประกอบapplication/pdfthaผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าโรงพยาบาลเอกชนบุคลากรโรงพยาบาล -- สุขภาพและอนามัยผู้ป่วย -- การดูแลพฤติกรรมองค์การวัฒนธรรมองค์การปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการรับรู้วัฒนธรรมความปลอดภัยของบุคลากรที่ปฏิบัติงาน : กรณีศึกษาหนึ่งกลุ่มโรงพยาบาลภาคเอกชนไทยFactors associated with perceived safety culture in personnel : a case study of a private hospital group in ThailandMaster Thesisมหาวิทยาลัยมหิดล