สุภา อ่อนแช่มมาลินี ทองดีณิชาภา เดชาปภาพิทักษ์ธนัชพร กาฝากส้มชามาศ วงค์ษาวรรณดา ไล้สวนSupa OnchamMalinee TongdeeNichapa DachaprapapitakThanuchporn KafaksomChamard WongsaWannada Laisuanมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. ภาควิชาอายุรศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์2022-09-132022-09-132565-09-132561รามาธิบดีเวชสาร. ปีที่ 41, ฉบับที่ 2 (เม.ย.-มิ.ย. 2561), 9-150125-3611 (Print)2651-0561 (Online)https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/79508บทนำ: จากรายงานการศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า ความชุกของโรคเยื่อบุจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ โรคหืด และผื่นผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ภาวะการแพ้สารก่อภูมิแพ้ในอากาศเป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ โดยความชุกของสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ มีความแตกต่างกันตามภูมิประเทศและระดับความสูงของพื้นที่ วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความชุกของสารก่อภูมิแพ้ในอากาศจากผลการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Skin prick test) ในผู้ใหญ่ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้และเข้ารับการรักษา ณ คลินิกโรคภูมิแพ้ โรงพยาบาลรามาธิบดี วิธีการศึกษา: การวิจัยเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง แบบตัดขวาง เก็บรวบรวมข้อมูลย้อนหลังจากเวชระเบียนและข้อมูลผลการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังต่อสารก่อภูมิแพ้ในอากาศของผู้ป่วย ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2547 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2558 ผลการศึกษา: ผู้ป่วยทั้งหมด จำนวน 1,516 คน เป็นเพศหญิง จำนวน 1,118 คน คิดเป็นร้อยละ 73.7 มีอายุเฉลี่ย 41.34 ± 16.5 ปี ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคเยื่อบุจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ร้อยละ 58 โรคหืดร้อยละ 19.7 ผื่นผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ร้อยละ 3.2 และภาวะลมพิษเรื้อรังร้อยละ 9.2 โดยผู้ป่วยทุกรายได้รับการทดสอบทางผิวหนังต่อสารก่อภูมิแพ้ทางอากาศ ซึ่งพบว่า ไรฝุ่นเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่พบมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 64.8 รองลงมา ได้แก่ เกสรหญ้าร้อยละ 36.0 แมลงสาบร้อยละ 32.3 ฝุ่นบ้านร้อยละ 31.5 รังแคแมวร้อยละ 12.9 และรังแคหมาร้อยละ 10 สรุป: ไรฝุ่นเป็นสารก่อภูมิแพ้ทางอากาศที่พบบ่อยที่สุดในการศึกษานี้ รองลงมาได้แก่ เกสรหญ้า แมลงสาบและรังแคสัตว์Background: The prevalence of allergic diseases such as allergic rhinitis, asthma, and atopic dermatitis were increased worldwide including Thailand. The aeroallergen sensitization plays a critical role as a major risk factor for developing allergic diseases. There are vary in the prevalence of common aeroallergens sensitization depend on the geography and altitude. Objective: To demonstrate the prevalence of common aeroallergens sensitization by skin prick test in adult allergy clinic at Ramathibodi Hospital. Methods: This is a retrospective study collected data from database of adult allergy clinic and medical records of participants who experienced rhinitis and/or chronic urticaria and visited adult allergy clinic at Ramathibodi Hospital during January 2004 to December 2015. All of participants was done skin prick test to aeroallergens. Results: Of 1,516 patients enrolled with allergic diseases, 1,118 patients (73.7%) were female, . the mean age was 41.34 ± 16.5 years. The patients had allergic rhinitis (58%), asthma (19.7%), atopic dermatitis (3.2%), and chronic urticaria (9.2%). All of patients were done the skin prick test to 17 aeroallergen commercial extracts. The result of skin prick test illustrated that mites (64.8%) was the most common aeroallergen sensitization in adult patients, followed by grass pollen (36%), cockroach (32.3%), house dust (31.5%), cat dander (12.9%), and dog dander (10%), respectively. Conclusion: Mites is the major aeroallergen sensitization followed by grass pollen, cockroach, house dust, and animal dander.thaมหาวิทยาลัยมหิดลสารก่อภูมิแพ้ทางอากาศทดสอบทางผิวหนังโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ไรฝุ่นAeroallergensSensitizationSkin prick testPrevalenceความชุกของสารก่อภูมิแพ้ในอากาศจากการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังในคลินิกโรคภูมิแพ้ โรงพยาบาลรามาธิบดีPrevalence of Aeroallergen Sensitization from Skin Prick Test in Allergy Clinic at Ramathibodi HospitalOriginal Articleภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล