Publication: Prevalence and Associated Factors of Sarcopenia in Preretirement Aged With Chronic Nonspecific Low Back Pain
12
10
Issued Date
2023
Resource Type
Resource Version
Accepted Manuscript
Language
eng
File Type
application/pdf
ISSN
0125-3611 (Print)
2651-0561 (Online)
2651-0561 (Online)
Journal Title
Ramathibodi Medical Journal
Volume
46
Issue
3
Start Page
17
End Page
25
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Department of Rehabilitation Medicine Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital Mahidol University
Department of Medicine Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital Mahidol University
Department of Medicine Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital Mahidol University
Bibliographic Citation
Ramathibodi Medical Journal. Vol. 46, No. 3 (Jul - Sep 2023), 17-25
Suggested Citation
Songsuda Roongsaiwatana, Punnapa Sirikul, Waree Chira-Adisai, Daruneewan Warodomwichit, ทรงสุดา รุ่งใสวัฒนา, ปุณณภา ศิริกุล, วารี จิรอดิศัย, ดรุณีวัลย์ วโรดมวิจิตร Prevalence and Associated Factors of Sarcopenia in Preretirement Aged With Chronic Nonspecific Low Back Pain. Ramathibodi Medical Journal. Vol. 46, No. 3 (Jul - Sep 2023), 17-25. 25. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/109818
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
Prevalence and Associated Factors of Sarcopenia in Preretirement Aged With Chronic Nonspecific Low Back Pain
Alternative Title(s)
การศึกษาความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยในกลุ่มก่อนวัยเกษียณอายุที่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง
Abstract
Background: Sarcopenia stands as a prominent health concern, exhibiting a notable correlation with chronic lower back pain among the elderly population, with an observed upward trajectory of both conditions within the preretirement age group.
Objective: To examine the prevalence of sarcopenia among individuals in the preretirement age group experiencing chronic nonspecific low back pain, and identify any associated factors.
Methods: This descriptive cross-sectional study included 164 participants, aged 50 to 59 years, from the Department of Rehabilitation Medicine, Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital, Mahidol University. Patient data encompassing demographics, physical activity (International Physical Activity Questionnaires, IPAQ), and quality of life (European Quality of Life 5-Dimension 5-Level, EQ-5D-5L) were collected. Sarcopenia criteria, following the Consensus of the Asian Working Group of Sarcopenia (AWGS) 2014, were evaluated through bioelectrical impedance analysis, handgrip dynamometry, and/or the 6-meter walk test. Participants with chronic low back pain underwent assessments of pain severity and functionality.
Results: Of 164 participants (mean [SD] age, 55.1 [2.6] years; mean [SD] body mass index, 24.7 [4.3] kg/m2), IPAQ responses indicated a range from low to moderate activity levels. The health-related quality of life score (median [range]) from EQ-5D-5L assessments stood at 0.94 [0.34 - 1.00]. Sarcopenia was detected in 10 out of 58 subjects (17.2%) with chronic low back pain, and in 6 out of 106 normal subjects (5.7%).
Conclusions: The prevalence of sarcopenia among individuals within the preretirement age group experiencing chronic low back pain was notably high when compared to non chronic low back pain cases, without associated factors.
บทนำ: ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยเป็ นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สำคัญในปัจจุบันโดยอาการปวดหลังเรื้อรังมีความสัมพันธ์กับภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยในผู้สูงอายุและมีแนวโน้มของภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยและอาการปวดหลังเรื้อรังเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มก่อนวัยเกษียณอายุวัตถุประสงค์:เพื่อศึกษาความชุกของภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยในกลุ่มก่อนวัยเกษียณอายุที่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง วิธีการศึกษา: การวิจัยเชิงพรรณนาแบบตัดขวางในกลุ่มตัวอย่างอายุ 50 ถึง 59 ปี จำนวน 164 คน ณ ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล โดยเก็บข้อมูลพื้นฐาน รวมถึงแบบสอบถามกิจกรรมทางกาย(International Physical Activity Questionnaires, IPAQ) และแบบสอบถามคุณภาพชีวิต(European Quality of Life 5-Dimension 5-Level, EQ-5D-5L) การประเมินภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยใช้เกณฑ์ของชาวเอเชีย (Asian Working Group for Sarcopenia,AWGS 2014) โดยอาศัยเครื่องวัดมวลกล้ามเนื้อ เครื่องวัดแรงบีบมือ และอัตราเร็วในการเดิน 6 เมตร ในกลุ่มที่มีอาการปวดหลังเรื้อรังทำการประเมินความรุนแรงของความเจ็บปวดและการจำกัดกิจวัตรประจำวันจากอาการปวดหลัง ผลการศึกษา: กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด จำนวน 164 คน (อายุ mean [SD], 55.1 [2.6] ปี ; ค่าดัชนีมวลกาย mean [SD], 24.7 [4.3] kg/m2) พบว่า แบบสอบถามกิจกรรมทางกายอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง และแบบสอบถามคุณภาพชีวิตมีคะแนน (median [range]เท่ากับ 0.94 [0.34 - 1.00] คะแนน โดยกลุ่มที่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง จำนวน 58 คน มีภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย จำนวน 10 คน (ร้อยละ 17.2) และกลุ่มที่ไม่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง จำนวน 106 คน มีภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย จำนวน 6 คน (ร้อยละ 5.7) สรุป: กลุ่มก่อนวัยเกษียณอายุที่มีอาการปวดหลังเรื้อรังมีความชุกของภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยในระดับสูง เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่มีอาการปวดหลังโดยไม่พบปัจจัยที่มีผลต่อภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยและอาการปวดหลังเรื้อรัง
บทนำ: ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยเป็ นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สำคัญในปัจจุบันโดยอาการปวดหลังเรื้อรังมีความสัมพันธ์กับภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยในผู้สูงอายุและมีแนวโน้มของภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยและอาการปวดหลังเรื้อรังเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มก่อนวัยเกษียณอายุวัตถุประสงค์:เพื่อศึกษาความชุกของภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยในกลุ่มก่อนวัยเกษียณอายุที่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง วิธีการศึกษา: การวิจัยเชิงพรรณนาแบบตัดขวางในกลุ่มตัวอย่างอายุ 50 ถึง 59 ปี จำนวน 164 คน ณ ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล โดยเก็บข้อมูลพื้นฐาน รวมถึงแบบสอบถามกิจกรรมทางกาย(International Physical Activity Questionnaires, IPAQ) และแบบสอบถามคุณภาพชีวิต(European Quality of Life 5-Dimension 5-Level, EQ-5D-5L) การประเมินภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยใช้เกณฑ์ของชาวเอเชีย (Asian Working Group for Sarcopenia,AWGS 2014) โดยอาศัยเครื่องวัดมวลกล้ามเนื้อ เครื่องวัดแรงบีบมือ และอัตราเร็วในการเดิน 6 เมตร ในกลุ่มที่มีอาการปวดหลังเรื้อรังทำการประเมินความรุนแรงของความเจ็บปวดและการจำกัดกิจวัตรประจำวันจากอาการปวดหลัง ผลการศึกษา: กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด จำนวน 164 คน (อายุ mean [SD], 55.1 [2.6] ปี ; ค่าดัชนีมวลกาย mean [SD], 24.7 [4.3] kg/m2) พบว่า แบบสอบถามกิจกรรมทางกายอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง และแบบสอบถามคุณภาพชีวิตมีคะแนน (median [range]เท่ากับ 0.94 [0.34 - 1.00] คะแนน โดยกลุ่มที่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง จำนวน 58 คน มีภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย จำนวน 10 คน (ร้อยละ 17.2) และกลุ่มที่ไม่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง จำนวน 106 คน มีภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย จำนวน 6 คน (ร้อยละ 5.7) สรุป: กลุ่มก่อนวัยเกษียณอายุที่มีอาการปวดหลังเรื้อรังมีความชุกของภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยในระดับสูง เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่มีอาการปวดหลังโดยไม่พบปัจจัยที่มีผลต่อภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยและอาการปวดหลังเรื้อรัง
