Mahidol University's Institutional Repository

คลังสารสนเทศสถาบันของมหาวิทยาลัยมหิดล

"Wisdom Repository You Discover"

To collect Mahidol University's academic publications and intellectual properties more than 39 faculties

To present over 50,000 items of information in digital formats

To make it easy to access to all information at anytime, anywhere

 

Communities in Mahidol IR

Select a community to browse its collections.

Recent Submissions

PublicationOpen Access
การประยุกต์ใช้โปรแกรม Zoom Cloud Meetings สำหรับการเรียนการสอนออนไลน์ในยุคโควิด-19
(2567) กมลวรรณ เกิดปัญญา; Kamonwan Kerdpunya
บทความวิชาการเรื่องการประยุกต์ใช้โปรแกรม Zoom Cloud Meetings สำหรับการเรียนการสอนออนไลน์ในยุคโควิด-19 มีวัตถุประสงค์ของการนำเสนอเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้โปรแกรม Zoom Cloud Meetings สำหรับการเรียนการสอนของภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการสืบค้นข้อมูลสำหรับนักวิจัย สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการทำวิจัยในขั้นต่อไป และเป็นการเผยแพร่ความรู้ให้ผู้สนใจ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความหมาย ข้อดี ข้อจำกัด การใช้งาน และการประยุกต์ใช้ Zoom Cloud Meetings สำหรับการเรียนการสอนออนไลน์ในยุคโควิด-19
PublicationOpen Access
การสร้างบทคัดย่อแบบกราฟิกสำหรับงานวิจัยตีพิมพ์: ศิลปะแห่งวิทยาการ
(2567) โรจนรินทร์ โกมลหิรัญ; Rojnarin Komonhirun
บทคัดย่อแบบกราฟิก (Graphical Abstract หรือ Visual Abstract) เป็นการนำเสนอเนื้อหาแนวคิดทางการวิจัย ในแบบรูปภาพหรือแผนภาพเพียงภาพเดียวเพื่อสรุปผลลัพธ์ที่สำคัญของงานวิจัยนั้น ๆ บทคัดย่อแบบกราฟิกมีหน้าที่ดึงดูดความสนใจและดึงดูดผู้เข้าชมมายังงานวิจัยของเรา ท่ามกลางกระแสการแข่งขันในแวดวงวิชาการนั้น การได้รับความสนใจจากผู้อ่านและกลุ่มผู้ทบทวน (peer-reviewer) ก่อนผู้อื่นเป็นสิ่งที่สำคัญ บทคัดย่อแบบกราฟิกสามารถส่งเสริมให้งานวิจัยมีความโดดเด่นในโซเชียลมีเดียได้ ซึ่งจะมีผลดีต่อตัวเลขการอ้างอิงโดยรวมของงานวิจัยและส่งผลถึงดัชนีอัลเมตริกซ์ (Altmetrics) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน นักวิจัยอาจต้องใช้เวลาเพิ่มเติมในการจัดทำบทคัดย่อแบบกราฟิก หรืออาจต้องพึ่งพาผู้ช่วยเพิ่มขึ้น แต่บทคัดย่อแบบกราฟิก ถือเป็นการสร้างคุณค่าทางการสื่อสารเชิงวิชาการในสมัยใหม่ซึ่งมีค่ากับวงการวิชาการและสำหรับนักวิจัยเอง ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการนำพาความรู้สู่สังคม
PublicationOpen Access
การบริหารจัดการอุบัติการณ์ในโรงพยาบาลโดยหลักการพื้นฐานของ ITIL
(2566) กิตติศักดิ์ แก้วบุตรดี; อัจฉรา กิจเดช; Kittisak Kaebooddee; Atchara Kitdesh
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล มีพันธกิจในการเรียนการสอน การวิจัย และให้บริการผู้ป่วยที่ได้มาตรฐานสากล โดยจำนวนผู้ป่วยนอกที่มารับบริการในปี พ.ศ. 2561 มีจำนวนทั้งสิ้น 3,086,866 ราย และผู้ป่วยในทั้งสิ้น 84,133 ราย ในกระบวนการให้บริการตามพันธกิจของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้มีนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาสนับสนุนในการให้บริการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตามยุทธศาสตร์ที่ 1 ปฏิรูปเพื่ออนาคตเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ส่งผลทำให้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศภายในคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คือหัวใจหลักในการขับเคลื่อน และพัฒนาเพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ในการให้บริการผู้ป่วยที่มีจำนวนมากของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศต้องมีความพร้อมในการให้บริการตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อระบบเกิดความขัดข้อง บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ต้องแจ้งอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อทำการแก้ไขอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที และเป็นการลดผลกระทบที่มีต่อการให้บริการผู้ป่วยฝ่ายสารสนเทศ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้นำหลักการของ Information Technology Infrastructure Library: ITIL มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลมีวัตถุประสงค์เพื่อกู้คืน และซ่อมแซมระบบให้สามารถกลับมาให้บริการแก่ผู้ป่วยให้ไวที่สุด เพื่อลดผลกระทบและความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นในวงกว้างแก่การให้บริการผู้ป่วย
PublicationOpen Access
ผลลัพธ์ของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายและการดูแลต่อเนื่องในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากโดยวิธีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด
(2566) พุทธชาติ เอี่ยมสอาด; วรัญญา รัศมีบรรพตกุล; กิตติณัฐ กิจวิกัย; นพวรรณ พินิจขจรเดช; Puthachart Iamsa-ard; Warunya Rassameebunpotkul; Kittinut Kijvikai; Noppawan Phinitkhajorndech
การศึกษาครั้งนี้เป็นวิจัยแบบกึ่งทดลอง (Quasi-experimental research) แบบหนึ่งกลุ่มชนิดวัดผลก่อนและหลังการทดลอง (One group pretest - posttest design) เพื่อศึกษาผลลัพธ์ของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายและการดูแลต่อเนื่องในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากโดยวิธีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด กลุ่มตัวอย่างจำนวน 25 คู่เป็นผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากโดยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดและผู้ดูแล ในระบบคลินิกพิเศษนอกเวลา หอผู้ป่วยพิเศษ (ฝ่ายการพยาบาลศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล) โดยประเมิน 1) ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตนก่อนและหลังผ่าตัดของผู้ป่วย 2) ทักษะ ได้แก่ ทักษะการปฏิบัติตัวก่อนและหลังผ่าตัดของผู้ป่วย ทักษะการดูแลสายสวนปัสสาวะและการทำความสะอาดแผลของผู้ดูแล 3) ความวิตกกังวลของผู้ป่วย และ 4) ความพึงพอใจของผู้ป่วย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสถิติสำเร็จรูป ได้แก่ การแจกแจงความถี่และร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Paired t-test และ Repeated measures ANOVA โดยกำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการวิจัยพบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ก่อนได้รับโปรแกรมต่ำกว่าหลังได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ค่าเฉลี่ยคะแนนทักษะของผู้ป่วยในการปฏิบัติตัวก่อนและหลังผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากโดยวิธีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ทักษะการดูแลสายสวนปัสสาวะและการดูแลแผลของผู้ดูแล มีค่าเฉลี่ยในการวัดครั้งแรกน้อยที่สุดและครั้งที่ 3 มีค่าเฉลี่ยสูงสุด และแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ระหว่างการวัดทั้ง 3 ครั้ง ค่าเฉลี่ยคะแนนความวิตกกังวลของผู้ป่วยก่อนเข้ารับโปรแกรมสูงกว่าหลังเข้ารับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ค่าเฉลี่ยคะแนนความพึงพอใจของผู้ป่วยหลังเข้ารับโปรแกรมอยู่ในระดับมากที่สุด (mean 9.64, SD 0.57) ไม่พบภาวะแทรกซ้อนภายหลังการผ่าตัดในผู้ป่วยที่เข้าร่วมโปรแกรมนี้ โปรแกรมนี้จึงมีความเหมาะสมในการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพการบริการ
PublicationOpen Access
การศึกษาปัจจัยการประยุกต์ใช้นวัตกรรมดิจิทัลในการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอนของสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล
(2566) ณัฏฐณิชย์ ศรีมาเสริม; Natthanit Srimaserm
การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการประยุกต์ใช้นวัตกรรมดิจิทัล ในการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอนของสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุลในปัจจุบัน 2) เพื่อศึกษาปัจจัยแห่งความสำเร็จที่มีอิทธิพลต่อการการประยุกต์ใช้นวัตกรรมดิจิทัล ในการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอนของสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล และ 3) เพื่อพัฒนาการประยุกต์ใช้นวัตกรรมดิจิทัล ในการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอนของสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล ที่ได้ประโยชน์สูงที่สุด โดยผู้วิจัยได้ทำการวิจัยเอกสาร ทบทวนวรรณกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างกรอบแนวคิดและสมมติฐานของการวิจัย จากนั้นดำเนินการด้วยระเบียบวิจัยเชิงปริมาณ ที่ใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลจากประชากร ประกอบด้วย 3 กลุ่ม ประกอบด้วย คณะผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษาของสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล รวมทั้งสิ้น 253 คน ผลการวิจัยสรุปได้ว่าการประยุกต์ใช้นวัตกรรมดิจิทัล ในการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอนของสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุลจะมีองค์ประกอบสำคัญเรียงตามลำดับ ได้แก่ ลำดับที่ 1 ด้านการจัดการประยุกต์ใช้นวัตกรรมดิจิทัล มีค่าเฉลี่ย 4.01 สอดคล้องกับค่าสัมประสิทธิ์ของค่าอิทธิพล มากที่สุดเท่ากับ 0.711 ลำดับที่ 2 ด้านการปรับโครงสร้างด้านการเรียนการสอน มีค่าเฉลี่ย 3.96 สอดคล้องกับค่าสัมประสิทธิ์ของค่าอิทธิพลที่มีค่าเท่ากับ 0.627 และ ลำดับที่ 3 ด้านนวัตกรรมดิจิทัล มีค่าเฉลี่ย 3.92 สอดคล้องกับค่าสัมประสิทธิ์ของค่าอิทธิพล มากที่สุดเท่ากับ 0.588 การประยุกต์ใช้นวัตกรรมดิจิทัล ในการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอนของสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุลในอีก 10 ปีข้างหน้า ควรมีเป้าหมายในการใช้นวัตกรรมดิจิทัล เช่น สื่อดิจิทัลในการเชื่อมโยงด้านการศึกษาให้สัมพันธ์กันเป็นระบบ ด้วยปัจจัยด้านการเรียนการสอนในการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือในระดับชาติที่มีคุณภาพมาตรฐานให้แก่นักศึกษาทุกคน เกิดทุนทางปัญญาอย่างรู้คุณค่าและสร้างประโยชน์ได้สำเร็จตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิผล ด้วยการกระตุ้นนักศึกษาของสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุลให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างเรียบง่ายและทันสมัย เหมาะสมตรงกับความสนใจและสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง จากการสร้างความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล อย่างจริงจัง โดยยึดประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญสอดคล้องกับเป้าหมายในการสร้างผลสัมฤทธิ์ที่เป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในอนาคตมากที่สุดอันจะเป็นประโยชน์ต่อตนเอง สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล สังคมและประเทศชาติต่อไป