Mahidol University's Institutional Repository

คลังสารสนเทศสถาบันของมหาวิทยาลัยมหิดล

"Wisdom Repository You Discover"

To collect Mahidol University's academic publications and intellectual properties more than 39 faculties

To present over 50,000 items of information in digital formats

To make it easy to access to all information at anytime, anywhere

 

Communities in Mahidol IR

Select a community to browse its collections.

Recent Submissions

Item
คู่มือปฏิบัติงาน เรื่อง การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจเพื่อหาคราบหินปูน สำหรับนักรังสีการแพทย์
(2566) มนัสวี ทีฆาวงค์
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน (coronary artery disease : CAD) เป็นโรคที่พบบ่อยในประเทศไทย และก่อให้เกิดการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย CAD เกิดจากการตีบตันของหลอดเลือดแดงโคโรนารี ซึ่งเป็นหลอดเลือดที่ทำหน้าที่นำเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ถ้าหลอดเลือดแดงหัวใจตีบตันมากจนเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก ใจสั่น เหงื่อออก เหนื่อยขณะออกแรง และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจเพื่อหาคราบหินปูน (computed tomography coronary calcium scan) เป็นการตรวจเพื่อดูการสะสมของคราบหินปูนในหลอดเลือดแดงหัวใจ โดยที่หินปูนเหล่านี้จะเกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือดหัวใจ ถ้ามีปริมาณมากทำให้เกิดความเสี่ยงที่หลอดเลือดหัวใจจะตีบตันสูง คู่มือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อแนะนำขั้นตอนต่างๆ ในการตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือดแดงหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เนื้อหาของคู่มือเล่มนี้จะเน้นถึง บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของนักรังสีการแพทย์ (radiological technologist) ต่อการตรวจ รวมถึงเทคนิคในการตรวจและแนวทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างการตรวจ ในการตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจต้องใช้นักรังสีการแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถและมีทักษะเฉพาะทางทั้งด้านกายวิภาคของหัวใจและต้องมีความรู้ความเข้าใจในขั้นตอนต่าง ๆ เป็นอย่างดี สามารถควบคุมดูแลการใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ทำให้การบริการการตรวจที่มีความกระซับ ถูกต้องตามหลักวิชาการเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วย ภาพที่ได้เห็นรอยโรคชัดเจนช่วยให้รังสีแพทย์ (radiologist) แปลผลได้ถูกต้องแม่นยำ คู่มือเล่มนี้เหมาะสำหรับนักรังสีการแพทย์ที่หมุนเวียนมาปฏิบัติงาน และนักศึกษารังสี เทคนิคที่ฝึกปฏิบัติงาน ณ ห้องตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยในการเตรียมความพร้อมในการควบคุมเครื่องสำหรับการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจเพื่อหาคราบหินปูน
Item
คู่มือปฏิบัติงานการจดรายงานการประชุม สาขาจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์
(2566) นิภาพร ศุภประเสริฐ
คู่มือปฏิบัติงานการจดรายงานการประชุม สาขาจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ฉบับนี้ จัดทำขึ้นด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของการบันทึกรายงานการประชุมที่มีคุณภาพ อันเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารและถ่ายทอดองค์ความรู้ภายในองค์กร การจดรายงานการประชุมในสาขาจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุเป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะเชิงลึกและความเชี่ยวชาญหลายประการ เช่น ทักษะการจับประเด็นสำคัญ การวิเคราะห์และการสังเคราะห์ข้อมูลทางวิชาการ การสรุปความที่กระชับและครอบคลุม และยังต้องมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในบริบทขององค์กรและศาสตร์ทางด้านจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ซึ่งจะช่วยให้สามารถถ่ายทอดเนื้อหาผ่านการเขียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ คู่มือฉบับนี้ได้รวบรวมและกลั่นกรององค์ความรู้ที่จำเป็นไว้อย่างครอบคลุม โดยประกอบด้วยเนื้อหาสำคัญ อาทิ ความหมายและความสำคัญของรายงานการประชุม องค์ประกอบและระเบียบวาระการประชุม เทคนิคการจดบันทึกรายงานการประชุมอย่างมืออาชีพ กลวิธีการเรียบเรียงรายงานการประชุมที่มีประสิทธิภาพ แนวทางการใช้ภาษาราชการที่ถูกต้องและเป็นทางการ รวมถึงหลักการเขียนรายงานการประชุมที่สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพ
Item
คู่มือปฏิบัติงานการจัดโครงการอบรมและให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุ
(2566) นิภาพร ศุภประเสริฐ
เอกสารฉบับนี้เป็นคู่มือปฏิบัติงานการจัดโครงการอบรมและให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุ เนื้อหาส่วนหนึ่งได้จากการศึกษาทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดโครงการ และจากประสบการณ์ในการปฏิบัติงานของผู้จัดทำ ซึ่งสาระสำคัญประกอบด้วย ความเป็นมาและความสำคัญ วัตถุประสงค์ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ขอบเขต คำจำกัดความ หลักเกณฑ์และวิธีในการปฏิบัติงาน การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย กระบวนการดำเนินงาน งบประมาณ การติดตามและการประเมินผล รวมถึงรูปแบบ ขั้นตอนและวิธีการดำเนินงานโครงการ โดยจะแสดงให้เห็นถึงกระบวนการในการปฏิบัติงานตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งสิ้นสุดกระบวนการในการจัดโครงการ ขอบเขตคู่มือปฏิบัติงานการจัดโครงการอบรมและให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุ ฉบับนี้ดำเนินการภายใต้ประกาศคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางและขั้นตอนการปฏิบัติงานในการจัดโครงการอบรมและให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ คู่มือฉบับนี้แบ่งขั้นตอนการปฏิบัติงานออกเป็น 3 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นตอนที่ 1) ก่อนการดำเนินโครงการ ขั้นตอนที่ 2) ระหว่างการดำเนินโครงการ และขั้นตอนที่ 3 หลังเสร็จสิ้นการดำเนินโครงการ
Item
คู่มือการปฏิบัติงานการใช้ยาที่มีความเสี่ยงสูง
(2565) ปฐมา เทพชัยศรี
ยาที่มีความเสี่ยงสูงเป็นยาที่จำเป็นต้องมีความระมัดระวังในการใช้กับผู้ป่วยมากกว่ายากลุ่มอื่น ๆ เนื่องจากการใช้ยากลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงต่อผู้ป่วยได้หากมีการบริหารยาผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย คู่มือการปฏิบัติงานการใช้ยาที่มีความเสี่ยงสูงเล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ในการใช้ยาที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ แพทย์ เภสัชกร พยาบาล หรือบุคคลที่สนใจเกี่ยวกับการบริหารยาดังกล่าว ซึ่งคู่มือฉบับนี้ได้กล่าวถึงเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติงานในการใช้ยาที่มีความเสี่ยงสูงในโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน และได้จัดทำรายละเอียดในการบริหารยารวมทั้งภาพประกอบของยาแต่ละชนิดเพื่อลดโอกาสการเกิดข้อผิดพลาดการในการบริหารยากลุ่มนี้ และสามารถบริหารยาให้แก่ผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม โดยคู่มือการปฏิบัติงานนี้จะสามารถนำไปเป็นคู่มือในการปฏิบัติงานหอผู้ป่วยใน ได้แก่ หอผู้ป่วยไอซียู หอผู้ป่วยสามัญชาย หอผู้ป่วยสามัญหญิง หอผู้ป่วยพิเศษ 1 หอผู้ป่วยพิเศษ 2 หอผู้ป่วยพิเศษ 3 และแผนกผู้ป่วยนอก เช่น แผนกผู้ป่วยอายุกรรม แผนกคลินิกไข้ แผนกไตเทียม แผนกส่องกล้องทางเดินอาหาร เป็นต้น
Item
คู่มือการปฏิบัติงานการใช้ยาฉุกเฉิน
(2565) ปฐมา เทพชัยศรี
ยาฉุกเฉินเป็นยาที่จำเป็นต้องใช้อย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย ส่วนใหญ่มักเป็นยาที่เกี่ยวข้องกับระบบหัวใจและหลอดเลือด ใช้เพื่อรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน หรือมีอาการแพ้ที่รุนแรงหรือมีอาการชัก หมดสติ ผู้ป่วยเหล่านี้ควรได้รับยาอย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้น ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตได้ คู่มือการปฏิบัติงานการใช้ยาฉุกเฉินเล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ในการใช้ยาฉุกเฉิน ได้แก่ แพทย์ เภสัชกร พยาบาล หรือบุคลากรทางการแพทย์อื่น ๆ ในโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ที่อาจมีความจำเป็นต้องบริหารยาดังกล่าว ซึ่งคู่มือฉบับนี้ได้กล่าวถึงระบบยาฉุกเฉินในโรงพยาบาล รวมทั้งได้จัดทำรายละเอียดในการบริหารยารวมทั้งภาพประกอบของยาแต่ละตัวเพื่อลดโอกาสการเกิดข้อผิดพลาดการในการบริหารยากลุ่มนี้ และสามารถบริหารยาต่อผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และรวดเร็ว โดยคู่มือการปฏิบัติงานนี้จะสามารถนำไปเป็นคู่มือในการปฏิบัติงานในทุกหน่วยงานที่มีรถฉุกเฉิน ซึ่งภายในบรรจุกล่องยาฉุกเฉิน ซึ่งในปัจจุบันมีทั้งหน่วยงานผู้ป่วยนอก และหอผู้ป่วยในทั้งหมด 21 หน่วยงาน