Development of a motivational interviewing program in diet control based on the context of diabetics
1
Issued Date
2019
Copyright Date
2019
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
ix, 143 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (Ph.D. (Social Sciences and Health))--Mahidol University, 2019
Suggested Citation
Piyanuch Yoadsomsuay Development of a motivational interviewing program in diet control based on the context of diabetics. Thesis (Ph.D. (Social Sciences and Health))--Mahidol University, 2019. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/114192
Title
Development of a motivational interviewing program in diet control based on the context of diabetics
Alternative Title(s)
การพัฒนาโปรแกรมการสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในการควบคุมอาหารตามบริบทของผู้ป่วยเบาหวาน
Author(s)
Abstract
The purposes of this study were to 1) developed a motivational interviewing program to strengthen motivation for diet control, and 2) to study the effectiveness and explain the mechanism of motivation change in diabetic patients. This developmental study was divided into 2 phases. In phase 1, 5 case studies of diabetic patients were conducted by 1) analysing readiness and level of diet control motivation, 2) developing program formats, 3) testing the program trial and improving it for the second phase and Phase 2 of the study, 8 case studies of diabetic patients, was conducted for evaluation of the change of readiness in diet control and exploration on the change of motivation process on diet control in the social context. The results of the phase 1 showed that the implementation of the motivational interviewing program should begin with a survey of the readiness and level of motivation to change behavior, and other background contexts of the patients that might influence their motivation. This would help the coordinator know the thoughts and feelings of their patients towards diabetes control, and enable to use this findings to determine how to have appropriate communication with the diabetic patients. The second phase of the study found that the improved program showed more effects on the patients’ readiness and could increase motivation of diet control. In this phase, the patients were found to speak the Self-motivation Statement (SMS) that expressed their intention to change their diet control behavior. The mechanisms that influenced the change in readiness for behavioral adjustment and the level of motivation in dietary control of the diabetic patients were the skills and techniques used in the motivational interviewing program. This was the result of collaboration between the program coordinator and the patients, which provided freedom in making decisions about their own behavior and also allowed the patients to receive basic psychological needs such as independence in determining behavior, as well as encouragement to be aware of their own ability to act and behave according to their own context. Therefore, the format of a motivational interviewing program for diet control in diabetic patients should focus on the patients’ readiness for behavioral change and their autonomy in accordance with their background context.
การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาโปรแกรมการสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการควบคุมอาหารและ 2) ศึกษาประสิทธิผลและอธิบายกลไกการเปลี่ยนแปลงแรงจูงใจของผู้ป่วยเบาหวาน การวิจัยและพัฒนานี้แบ่งการศึกษาเป็น 2 ระยะ ได้แก่ การศึกษาระยะที่ 1 กรณีศึกษา คือ ผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 5 คน ดำเนินการ 1) วิเคราะห์ความพร้อมและระดับแรงจูงใจในการควบคุมอาหาร 2) พัฒนารูปแบบของโปรแกรมฯ 3) ทดลองโปรแกรมฯ และปรับปรุงรูปแบบเพื่อศึกษาในระยะที่ 2 กรณีศึกษา คือ ผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 8 คน ประเมินผลการเปลี่ยนแปลงความพร้อมในการควบคุมอาหารและศึกษากลไกการเปลี่ยนแปลงแรงจูงใจในการควบคุมอาหารตามบริบททางสังคมของผู้ป่วยผลการศึกษาในระยะที่ 1 พบว่าการดำเนินโปรแกรมการสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจควรเริ่มต้นด้วยการสำรวจความพร้อมและระดับแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม รวมทั้งบริบทแวดล้อมของผู้ป่วยที่มีอิทธิพลต่อแรงจูงใจของผู้ป่วยเบาหวาน เพื่อช่วยให้ผู้ดำเนินโปรแกรมฯ ทราบถึงความคิดและความรู้สึกของผู้ป่วยที่มีต่อการควบคุมโรคเบาหวานและนำมากำหนดรูปแบบการสนทนาที่สอดคล้องกับบริบทของผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม ผลการศึกษาระยะที่ 2 พบว่าโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความพร้อมและเกิดแรงจูงใจในการควบคุมอาหารมากขึ้น จากการที่ผู้ป่วยมีการกล่าวคำที่แสดงความตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตนเองในการควบคุมอาหาร สำหรับกลไกที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงความพร้อมในการปรับพฤติกรรมและระดับของแรงจูงใจในการควบคุมอาหารของผู้ป่วยเบาหวาน คือ ทักษะและเทคนิคที่ใช้ในโปรแกรมการสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจ โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ดำเนินโปรแกรมฯ ที่ให้อิสระกับผู้ป่วยในการตัดสินใจกระทําพฤติกรรม จึงทำให้ผู้ป่วยได้รับการตอบสนองความต้องการพื้นฐานทางจิตวิทยา ได้แก่ ความมีอิสระในการกำหนดพฤติกรรม รวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ป่วยรับรู้ในความสามารถในการกระทําพฤติกรรมตามบริบทแวดล้อมของตนเอง ดังนั้น รูปแบบของโปรแกรมการสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในการควบคุมอาหารของผู้ป่วยเบาหวานนั้นควรให้ความสำคัญกับความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการดำเนินการที่ให้อิสระและสอดคล้องกับบริบทของผู้ป่วย
การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาโปรแกรมการสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการควบคุมอาหารและ 2) ศึกษาประสิทธิผลและอธิบายกลไกการเปลี่ยนแปลงแรงจูงใจของผู้ป่วยเบาหวาน การวิจัยและพัฒนานี้แบ่งการศึกษาเป็น 2 ระยะ ได้แก่ การศึกษาระยะที่ 1 กรณีศึกษา คือ ผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 5 คน ดำเนินการ 1) วิเคราะห์ความพร้อมและระดับแรงจูงใจในการควบคุมอาหาร 2) พัฒนารูปแบบของโปรแกรมฯ 3) ทดลองโปรแกรมฯ และปรับปรุงรูปแบบเพื่อศึกษาในระยะที่ 2 กรณีศึกษา คือ ผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 8 คน ประเมินผลการเปลี่ยนแปลงความพร้อมในการควบคุมอาหารและศึกษากลไกการเปลี่ยนแปลงแรงจูงใจในการควบคุมอาหารตามบริบททางสังคมของผู้ป่วยผลการศึกษาในระยะที่ 1 พบว่าการดำเนินโปรแกรมการสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจควรเริ่มต้นด้วยการสำรวจความพร้อมและระดับแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม รวมทั้งบริบทแวดล้อมของผู้ป่วยที่มีอิทธิพลต่อแรงจูงใจของผู้ป่วยเบาหวาน เพื่อช่วยให้ผู้ดำเนินโปรแกรมฯ ทราบถึงความคิดและความรู้สึกของผู้ป่วยที่มีต่อการควบคุมโรคเบาหวานและนำมากำหนดรูปแบบการสนทนาที่สอดคล้องกับบริบทของผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม ผลการศึกษาระยะที่ 2 พบว่าโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความพร้อมและเกิดแรงจูงใจในการควบคุมอาหารมากขึ้น จากการที่ผู้ป่วยมีการกล่าวคำที่แสดงความตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตนเองในการควบคุมอาหาร สำหรับกลไกที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงความพร้อมในการปรับพฤติกรรมและระดับของแรงจูงใจในการควบคุมอาหารของผู้ป่วยเบาหวาน คือ ทักษะและเทคนิคที่ใช้ในโปรแกรมการสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจ โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ดำเนินโปรแกรมฯ ที่ให้อิสระกับผู้ป่วยในการตัดสินใจกระทําพฤติกรรม จึงทำให้ผู้ป่วยได้รับการตอบสนองความต้องการพื้นฐานทางจิตวิทยา ได้แก่ ความมีอิสระในการกำหนดพฤติกรรม รวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ป่วยรับรู้ในความสามารถในการกระทําพฤติกรรมตามบริบทแวดล้อมของตนเอง ดังนั้น รูปแบบของโปรแกรมการสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในการควบคุมอาหารของผู้ป่วยเบาหวานนั้นควรให้ความสำคัญกับความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการดำเนินการที่ให้อิสระและสอดคล้องกับบริบทของผู้ป่วย
Degree Name
Doctor of Philosophy
Degree Level
Doctoral degree
Degree Department
Faculty of Social Sciences and Humanities
Degree Discipline
Social Sciences and Health
Degree Grantor(s)
Mahidol University
