Influenza Vaccination and Its associated factor among adults in the communities of Thailand
4
Issued Date
2017
Copyright Date
2017
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
x,141 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.P.H.M. (Primary Health Care Management))--Mahidol University, 2017
Suggested Citation
Krittika Hongphokhaphan Influenza Vaccination and Its associated factor among adults in the communities of Thailand. Thesis (M.P.H.M. (Primary Health Care Management))--Mahidol University, 2017. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/92347
Title
Influenza Vaccination and Its associated factor among adults in the communities of Thailand
Alternative Title(s)
ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในประชากรไทย
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
The aim of this study were to describe the prevalence of influenza vaccination and to identify factors associated with influenza vaccination based on Health Belief Model. This cross-sectional study was conducted among Thai adults aged 50 years and older in sixteen districts across different regions of Thailand from September 2015 to March 2016. A total of 4,000 subjects were selected by multi-stage cluster sampling techniques and were interviewed face-to-face by trained research assistants. Electronic form of questionnaire was developed for data gathering from all study sites. A total of 3,771 completed questionnaires from respondents were included in the analysis by chi-square tests and multiple logistic regressions. The study found that the prevalence of influenza vaccination among adults was 16.8%, and 19.2% among adults aged >= 65 years. The factors found had significant association (p-value < 0.05) with influenza vaccination in this study included age, chronic conditions (stroke, heart disease, diabetes mellitus, asthma, and hypertension), and all components of Health Belief Model (perceived susceptibility, perceived severity, perceived benefit, perceived barriers, cues to actions). The predictors of influenza vaccination in this study included age >= 65 years, diabetes, asthma, hypertension, perceived susceptibility, perceived severity, no perceived barriers, and perceived cues to action. "Cues to action" was the strongest predictor of the influenza vaccination among adults aged 50 years and older (Adjusted OR 2.022, p-value 0.003) and among adults aged >= 65 years (Adjusted OR 2.513, p-value 0.008). Moreover, diabetes was the most common predictor of the influenza vaccination among all age groups. According to the findings of this study, to improve influenza vaccination coverage in Thailand, high risk persons should have knowledge about the severity of influenza, must have awareness who are at risks, and must be informed how to avail vaccination. In addition, health governance should emphasize the health care providers to recommend influenza vaccination for high risk persons.
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาอัตราการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในฤดูกาล 2014/15 และ ค้นหาปัจจัยที่สัมพันธ์กับการได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในประชากรไทยอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยอิงทฤษฎี Health belief model วิธีการศึกษา เป็นการศึกษาวิจัยเชิงพรรณนาภาคตัดขวางในประชากรที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ตั้งแต่เดือนกันยายน 2558 ถึงเดือนมีนาคม 2559 โดยทำการสุ่มประชากรทั้งสิ้น 4,000 คน จาก 16 อำเภอ ใน 14 จังหวัด จากทุกภูมิภาคของประเทศไทย ด้วยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ทำการสำรวจ ข้อมูลโดยการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวโดยผู้สัมภาษณ์ที่ผ่านการอบรมทักษะ บันทึกและรวบรวมผลผ่านแบบสอบถามอิเลคทรอนิกส์ วิเคราะห์อัตราการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่โดยสถิติเชิงพรรณนา และ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่กับปัจจัยแต่ละตัวโดยใช้สถิติไคสแควร์ และตัวแปรถดถอยลอจิสติกพหุคูณ มีผู้ตอบแบบสอบถามครบถ้วน 3,771 คน ผลการศึกษาพบว่า อัตราการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ของประชากรไทยอายุ 50 ปีขึ้นไปในฤดูกาล 2014/15 คือ ร้อยละ 16.8 และในประชากรไทยอายุ 65 ปีขึ้นไป คือ ร้อยละ 19.2 ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้แก่ อายุ โรคประจำตัว (โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคเบาหวาน โรคหืด โรคความดันโลหิตสูง) และทุกองค์ประกอบของ Health Belief Model (p-value < 0.05) ปัจจัยพยากรณ์ของการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ อายุ 65 ปีขึ้นไป เป็นโรคเบาหวาน เป็นโรคหืด เป็นโรคความดันโลหิตสูง การรับรู้โอกาสเสี่ยง การรับรู้ความรุนแรง การไม่รับรู้อุปสรรค และการเชื่อสิ่งชักนำให้ปฏิบัติ ซึ่งการเชื่อสิ่งชักนำให้ปฏิบัตินี้เป็นปัจจัยพยากรณ์ที่สำคัญที่สุดของการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในประชากรไทยอายุ 50 ปีขึ้นไป (Adjusted OR 2.022, p-value 0.003) และ 65 ปีขึ้นไป (Adjusted OR 2.513, p-value 0.008) จากการศึกษานี้พบว่า ในการจะเพิ่มความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย ประชากรกลุ่มเสี่ยงควรได้รับรู้เกี่ยวกับความรุนแรงของไข้หวัดใหญ่ ได้รับรู้ว่าตนเป็นกลุ่มเสี่ยง และได้รับรู้ช่องทางที่ตนจะได้รับการฉีดวัคซีน ที่สำคัญที่สุดคือ การออกนโยบายที่เน้นย้ำให้บุคลากรทางการแพทย์ชี้นำประชากรกลุ่มเสี่ยงเป็นรายบุคคลให้เข้ารับการฉีดวัคซีนประจำปีทุกปี
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาอัตราการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในฤดูกาล 2014/15 และ ค้นหาปัจจัยที่สัมพันธ์กับการได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในประชากรไทยอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยอิงทฤษฎี Health belief model วิธีการศึกษา เป็นการศึกษาวิจัยเชิงพรรณนาภาคตัดขวางในประชากรที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ตั้งแต่เดือนกันยายน 2558 ถึงเดือนมีนาคม 2559 โดยทำการสุ่มประชากรทั้งสิ้น 4,000 คน จาก 16 อำเภอ ใน 14 จังหวัด จากทุกภูมิภาคของประเทศไทย ด้วยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ทำการสำรวจ ข้อมูลโดยการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวโดยผู้สัมภาษณ์ที่ผ่านการอบรมทักษะ บันทึกและรวบรวมผลผ่านแบบสอบถามอิเลคทรอนิกส์ วิเคราะห์อัตราการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่โดยสถิติเชิงพรรณนา และ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่กับปัจจัยแต่ละตัวโดยใช้สถิติไคสแควร์ และตัวแปรถดถอยลอจิสติกพหุคูณ มีผู้ตอบแบบสอบถามครบถ้วน 3,771 คน ผลการศึกษาพบว่า อัตราการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ของประชากรไทยอายุ 50 ปีขึ้นไปในฤดูกาล 2014/15 คือ ร้อยละ 16.8 และในประชากรไทยอายุ 65 ปีขึ้นไป คือ ร้อยละ 19.2 ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้แก่ อายุ โรคประจำตัว (โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคเบาหวาน โรคหืด โรคความดันโลหิตสูง) และทุกองค์ประกอบของ Health Belief Model (p-value < 0.05) ปัจจัยพยากรณ์ของการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ อายุ 65 ปีขึ้นไป เป็นโรคเบาหวาน เป็นโรคหืด เป็นโรคความดันโลหิตสูง การรับรู้โอกาสเสี่ยง การรับรู้ความรุนแรง การไม่รับรู้อุปสรรค และการเชื่อสิ่งชักนำให้ปฏิบัติ ซึ่งการเชื่อสิ่งชักนำให้ปฏิบัตินี้เป็นปัจจัยพยากรณ์ที่สำคัญที่สุดของการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในประชากรไทยอายุ 50 ปีขึ้นไป (Adjusted OR 2.022, p-value 0.003) และ 65 ปีขึ้นไป (Adjusted OR 2.513, p-value 0.008) จากการศึกษานี้พบว่า ในการจะเพิ่มความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย ประชากรกลุ่มเสี่ยงควรได้รับรู้เกี่ยวกับความรุนแรงของไข้หวัดใหญ่ ได้รับรู้ว่าตนเป็นกลุ่มเสี่ยง และได้รับรู้ช่องทางที่ตนจะได้รับการฉีดวัคซีน ที่สำคัญที่สุดคือ การออกนโยบายที่เน้นย้ำให้บุคลากรทางการแพทย์ชี้นำประชากรกลุ่มเสี่ยงเป็นรายบุคคลให้เข้ารับการฉีดวัคซีนประจำปีทุกปี
Description
Primary Health Care Management (Mahidol University 2017)
Degree Name
Master in Primary Health Care Management
Degree Level
Master's degree
Degree Department
ASEAN Institute for Health Development
Degree Discipline
Primary Health Care Management
Degree Grantor(s)
Mahidol University
