Browsing by Author "มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาพยาบาลศัลยศาสตร์"
Now showing 1 - 1 of 1
- Results Per Page
- Sort Options
Publication Open Access ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการทำหน้าที่ทางเพศในผู้หญิงที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่(2559) กุลกัลย์ อภิชาตวงษ์; Kullakan Apichatwong; อุษาวดี อัศดรวิเศษ; Usavadee Asdornwised; วันเพ็ญ ภิญโญภาสกุล; Wanpen Pinyopasakul; อนุพันธ์ ตันติวงศ์; Anupan Tantiwong; พิชัย ลีระศิริ; Pichai Leerasiri; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาพยาบาลศัลยศาสตร์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลวัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงของภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ความรู้เกี่ยวกับการทำหน้าที่ทางเพศ ความใกล้ชิดสนิทสนม กับการทำหน้าที่ทางเพศในผู้หญิงที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ รูปแบบการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยหญิงที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ จำนวน 92 ราย ที่มารับการตรวจรักษาแบบผู้ป่วยนอกที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินความรุนแรงของอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่แบบประเมินความรู้เกี่ยวกับการทำหน้าที่ทางเพศ แบบประเมินความใกล้ชิดสนิทสนม และแบบประเมินการทำหน้าที่ทางเพศ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยายและสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์สเปียร์แมน ผลการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างมีอายุเฉลี่ย 54 ปี (X = 53.54, SD = 8.51) โดยรวมมีคะแนนเฉลี่ยของความรุนแรงของภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ในระดับปานกลาง (X = 8.50, SD = 4.46) ความรู้เกี่ยวกับการทำหน้าที่ทางเพศอยู่ในระดับปานกลาง (X = 7.89, SD = 2.74) ความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างคู่สมรสอยู่ในระดับสูง (X = 66.63, SD = 11.36) ใน ขณะที่การทำหน้าที่ทางเพศอยู่ในเกณฑ์บกพร่อง (X = 17.89, SD = 6.83) ความรู้เกี่ยวกับการทำหน้าที่ทางเพศมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการทำหน้าที่ทางเพศของกลุ่มตัวอย่าง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .28, p < .05) และความใกล้ชิดสนิทสนม มีความสัมพันธ์ทางบวกกับการทำหน้าที่ทางเพศของกลุ่มตัวอย่าง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .32, p < .05) อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงของอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ไม่มีความสัมพันธ์กับการทำหน้าที่ทางเพศในผู้หญิงที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ สรุปและข้อเสนอแนะ: จากผลการศึกษาครั้งนี้ ผู้วิจัยเสนอแนะว่า ทีมสุขภาพควรมีประเมินการทำหน้าที่ทางเพศในผู้ป่วยหญิงที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และควรมีการให้ความรู้ที่เหมาะสมเกี่ยวกับการทำหน้าที่ทางเพศแก่ผู้ป่วย รวมทั้ง สนับสนุนการสร้างความใกล้ชิดระหว่างคู่สมรส เพื่อส่งเสริมการทำหน้าที่ทางเพศในผู้ป่วยหญิงที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
