Browsing by Author "มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน"
Now showing 1 - 2 of 2
- Results Per Page
- Sort Options
Publication Open Access ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพของตํารวจไทย(2554) ดวงรัตน์ วัฒนกิจไกรเลิศ; Doungrut Wattanakitkrileart; จงจิต เสน่หา; Chongjit Saneha; รุ้งนภา ผาณิตรัตน์; Rungnapa Panitrat; กลิ่นชบา สุวรรณรงค์; Klinchaba Suvarnarong; พรรณิภา สืบสุข; Pannipa Suebsuk; เดช เกตุฉ่ำ; Det Kedcham; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียนวัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพของตํารวจ รูปแบบการวิจัย: การวิจัยหาความสัมพันธ์เชิงทํานาย วิธีดําเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตํารวจจํานวน 82 นาย จากสถานีตํารวจนครบาล 2 แห่ง ในเขตบางกอกน้อย เครื่องมือในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การรับรู้ประโยชน์ในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การรับรู้สมรรถนะในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การรับรู้อุปสรรคในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัย: การรับรู้สมรรถนะในตนเองในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ และการรับรู้ประโยชน์ในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ มีความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสําคัญกับการปฏิบัติพฤติกรรมสร้าง เสริมสุขภาพ (r = .695 และ r = .514, p < .01 ตามลําดับ) การรับรู้อุปสรรคในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพมีความสัมพันธ์ทางลบอย่างมีนัยสําคัญกับการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ (r = - .349, p < .01) การรับรู้สมรรถนะในตนเองในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพเพียงตัวแปรเดียวที่สามารถทํานายการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพได้อย่างมีนัยสําคัญ (p < .01) การรับรู้สมรรถนะในตนเอง การรับรู้ประโยชน์ และการรับรู้อุปสรรคในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพสามารถร่วมกันทํานายการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพได้ร้อยละ 50.8 อย่างมีนัยสําคัญ (p < .05) สรุปและข้อเสนอแนะ: ผลการวิจัยที่ได้พบว่าการรับรู้สมรรถนะในตนเองในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพสามารถทํานายการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพได้อย่างมีนัยสําคัญ พยาบาลจึงควร พัฒนากิจกรรมการพยาบาลเพื่อส่งเสริมให้ตํารวจเกิดความตระหนักในการสร้างเสริมสุขภาพ และสร้างการรับรู้สมรรถนะในตนเองในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพPublication Open Access ผลของตัวแปรส่งผ่านจากความรุนแรงที่เกิดจากคู่สมรส และปัจจัยทางจิตสังคมต่อภาวะซึมเศร้าก่อนคลอดและหลังคลอดในสตรีไทย(2555) นันทนา ธนาโนวรรณ; Nanthana Thananowan; นพพร ว่องสิริมาศ; Nopporn Vongsirimas; เดช เกตุฉ่ํา; Det Kedcham; พวงเพชร เกษรสมุทร; Phuangphet Kaesornsamut; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียนวัตถุประสงค์:เพื่อศึกษาอิทธิพลของตัวแปรส่งผ่านจากความรุนแรงที่เกิดจากคู่สมรสและปัจจัยทางจิตสังคม (ได้แก่ความเครียด การสนับสนุนทางสังคม และความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง) ต่อภาวะซึมเศร้าก่อนคลอดและหลังคลอดในสตรีไทย รูปแบบการวิจัย: การวิจัยแบบติดตามไปข้างหน้าวิธีดําเนินการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากสตรีตั้งครรภ์จํานวน 420 คนซึ่งมีอายุครรภ์ระหว่าง 38-42 สัปดาห์ กลุ่มตัวอย่างได้รับการสอบถามครั้งแรกด้วยชุดแบบสอบถามเพื่อประเมินการถูกทําร้าย ชนิดของความรุนแรงปัจจัยทางจิตสังคม และภาวะซึมเศร้าก่อนคลอด เมื่อครบสี่สัปดาห์หลังคลอดกลุ่มตัวอย่างได้รับการสอบถามอีกครั้งเพื่อประเมินภาวะซึมเศร้าหลังคลอด วิเคราะห์ข้อมูลโดยการทดสอบสมการเชิงโครงสร้าง เพื่อพิสูจน์ว่าความรุนแรงที่เกิดจากคู่สมรสมีผลต่อปัจจัยทางจิตสังคมของสตรีหรือไม่ และผลดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้าก่อนคลอดและหลังคลอดหรือไม่ผลการวิจัย: ความรุนแรงที่เกิดจากคู่สมรสมีอิทธิพลทางบวกและทางตรงต่อภาวะซึมเศร้าก่อนคลอด(β = 0.783, p = .000) และมีอิทธิพลผลทางบวกและทางอ้อมต่อภาวะซึมเศร้าหลังคลอดอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ(β = 0.694, p = .000) โดยผ่านความเครียด การสนับสนุนทางสังคม ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง และภาวะซึมเ ศร้าก่อนคลอดตามลําดับ โมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นอย่างดี (χ2 = 8.982, df = 9, p = 0.439,GFI = 0.995, AGFI = 0.979, RMSEA = 0.000) โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้ร้อยละ 56 สรุปและข้อเสนอแนะ: พยาบาลควรทําการคัดกรองความรุนแรงที่เกิดจากคู่สมรสในสตรีตั้งครรภ์ไทย หากพบว่ามีความรุนแรงเกิดขึ้นจริง กิจกรรมการพยาบาลเพื่อลดความเครียดและให้การสนับสนุนทางสังคม รวมทั้งการเสริมสร้างความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองแก่สตรีเหล่านี้ควรรีบดําเนินการทันทีเพื่อป้องกันภาวะซึมเศร้าก่อนคลอดและหลังคลอด
