Publication: New branching patterns of the subclavian arteries found in Thai native dogs
Issued Date
2019
Resource Type
Language
eng
Rights
Mahidol University
Rights Holder(s)
Faculty of Veterinary Science Mahidol University
Bibliographic Citation
Journal of Applied Animal Science. Vol.12, No.3 (Sep- Dec 2019), 41-55
Suggested Citation
Rachanchai Chawangwongsanukun, Damri Darawiroj, Tuempong Wongtawan, ราชันชัย ฉวางวงศานุกูล, ดำริ ดาราวิโรจน์, เติมพงศ์ วงศ์ตะวัน New branching patterns of the subclavian arteries found in Thai native dogs. Journal of Applied Animal Science. Vol.12, No.3 (Sep- Dec 2019), 41-55. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/60652
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
New branching patterns of the subclavian arteries found in Thai native dogs
Alternative Title(s)
รูปแบบใหม่ของการแตกสาขาของเส้นเลือด Subclavian arteries พบในสุนัขไทยพื้นเมือง
Abstract
The majority of dogs in Thailand are Thai native dogs, but their anatomy is rarely recorded. In this study,
we aimed to investigate the anatomical variation of subclavian arteries of dogs in Thailand. We observed 43
cadavers of Thai native dogs compared to 15 cadavers of other breeds during teaching veterinary anatomy.
Four new branching patterns of subclavian arteries were found and named as type Va, Vb/Vd, VIb, and VIIb/
VIId. Type V had had vertebral artery as the first branch, then costocervical and superficial cervical arteries
arose together. Type Vb/Vd, the internal thoracic artery arose opposite either to the costocervical trunk or
the superficial cervical artery while type Va the internal thoracic artery arose after the superficial cervical
artery, but not opposite to the costocervical trunk. VIIb/VIId was described as vertebral artery is the first
branch and then common trunk of costocervical and superficial cervical arteries, the internal thoracic artery
arose opposite either to the costocervical trunk or the superficial cervical artery. These new patterns accounted
for 5.9% of Thai native dogs in this study. From the new patterns, we created the new model that cover all
possible branching patterns of the subclavian artery (26 variations). Notably, the highest frequency of
branching patterns in Thai native dogs was type I (60.5%), specifically type Ib (33.7%), which was also the
major pattern for both sides of subclavian arteries and both sexes of dogs. Type Ib was described as the
vertebral artery was the first branch, then the costocervical trunk, later the superficial cervical and the
internal thoracic arteries arose oppositely. This knowledge is useful for veterinary anatomical education,
physiology, imaging diagnosis, and the surgical treatment for canine thorax, particularly in Thai dogs.
ประชากรสุนัขส่วนใหญ่ในประเทศไทยคือสุนัขไทยพื้นเมือง แต่ข้อมูลของสุนัขพื้นเมืองไทยนั้นกลับไม่ค่อยมีคนรายงานในการทดลองนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาความหลากลหายทางลักษณะทางกายวิภาคของเส้นเลือด subclavian arteryในสุนัขไทยพื้นเมือง เราทำการศึกษาจากซากสุนัขในระหว่างการเรียนการสอนกายวิภาคศาสตร์ของสุนัข โดยทำการศึกษาสุนัขพื้นเมืองไทย 43 ตัวและพันธุ์อื่นอีก 15 ตัว จากการศึกษาพบรูปแบบใหม่ของการแตกสาขาของเส้นเลือด subclavian arteries สี่แบบในสุนัขพื้นเมืองไทย และตั้งชื่อว่า type Va, Vb/Vd, VIb, และ VIIb/VIId สำหรับ Type V มี vertebral artery เป็นแขนงแรก ตามด้วย costocervical และ superficial cervical arteries ที่ออกมาพร้อมกัน โดย type Vb/Vdมี internal thoracic arteryออกมาตรงข้ามกับ costocervical trunk หรือ superficial cervical artery ในขณะที่ Va นั้นมี internal thoracic artery ออกมาหลังจาก superficial cervical artery แต่ไม่ตรงกันข้ามกับ costocervical trunk. ใน type VIIb/VIId นั้น vertebral artery เป็นแขนงแรก ตามด้วย common trunk ของ costocervical และ superficial cervical arteries ส่วน internal thoracic artery ออกมาตรงกันข้ามกับ costocervical trunk หรือ costocervical trunk รูปแบบใหม่นี้ พบประมาณ 5.9% ของสุนัขไทยพื้นเมือง หลังจากนั้นเราทำการออกแบบรูปแบบความเป็นไปได้ทั้งหมดของ การแตกสาขาของเส้นเลือด subclavian arteries โดยมีทั้งหมด 26 แบบ จากการศึกษาพบว่า รูปแบบ type I พบมากที่สุด (60.5%) ในสุนัขพื้นเมือง โดยเฉพาะ type Ib (33.7%) ซึ่งสามารพบได้ทั้งเพศผู้และเพศเมีย type Ib มีลักษณะ คือ แขนงแรก คือ vertebral artery ต่อมา คือ costocervical trunk • และคู่สุดท้ายที่ออกมาพร้อมกัน คือ superficial cervical artery และ internal thoracic artery ซึ่งจะอยู่ตรงข้ามกัน ความรู้ที่ได้จากการทดลองนี้จะมีประโยชน์ในการเรียนกายวิภาคศาสตร์ สรีรวิทยาการวินิจโรคจากภาพถ่ายรังสี และการรักษาโดยการผ่าตัดในช่องอก โดยเฉพาะในสุนัขไทย
ประชากรสุนัขส่วนใหญ่ในประเทศไทยคือสุนัขไทยพื้นเมือง แต่ข้อมูลของสุนัขพื้นเมืองไทยนั้นกลับไม่ค่อยมีคนรายงานในการทดลองนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาความหลากลหายทางลักษณะทางกายวิภาคของเส้นเลือด subclavian arteryในสุนัขไทยพื้นเมือง เราทำการศึกษาจากซากสุนัขในระหว่างการเรียนการสอนกายวิภาคศาสตร์ของสุนัข โดยทำการศึกษาสุนัขพื้นเมืองไทย 43 ตัวและพันธุ์อื่นอีก 15 ตัว จากการศึกษาพบรูปแบบใหม่ของการแตกสาขาของเส้นเลือด subclavian arteries สี่แบบในสุนัขพื้นเมืองไทย และตั้งชื่อว่า type Va, Vb/Vd, VIb, และ VIIb/VIId สำหรับ Type V มี vertebral artery เป็นแขนงแรก ตามด้วย costocervical และ superficial cervical arteries ที่ออกมาพร้อมกัน โดย type Vb/Vdมี internal thoracic arteryออกมาตรงข้ามกับ costocervical trunk หรือ superficial cervical artery ในขณะที่ Va นั้นมี internal thoracic artery ออกมาหลังจาก superficial cervical artery แต่ไม่ตรงกันข้ามกับ costocervical trunk. ใน type VIIb/VIId นั้น vertebral artery เป็นแขนงแรก ตามด้วย common trunk ของ costocervical และ superficial cervical arteries ส่วน internal thoracic artery ออกมาตรงกันข้ามกับ costocervical trunk หรือ costocervical trunk รูปแบบใหม่นี้ พบประมาณ 5.9% ของสุนัขไทยพื้นเมือง หลังจากนั้นเราทำการออกแบบรูปแบบความเป็นไปได้ทั้งหมดของ การแตกสาขาของเส้นเลือด subclavian arteries โดยมีทั้งหมด 26 แบบ จากการศึกษาพบว่า รูปแบบ type I พบมากที่สุด (60.5%) ในสุนัขพื้นเมือง โดยเฉพาะ type Ib (33.7%) ซึ่งสามารพบได้ทั้งเพศผู้และเพศเมีย type Ib มีลักษณะ คือ แขนงแรก คือ vertebral artery ต่อมา คือ costocervical trunk • และคู่สุดท้ายที่ออกมาพร้อมกัน คือ superficial cervical artery และ internal thoracic artery ซึ่งจะอยู่ตรงข้ามกัน ความรู้ที่ได้จากการทดลองนี้จะมีประโยชน์ในการเรียนกายวิภาคศาสตร์ สรีรวิทยาการวินิจโรคจากภาพถ่ายรังสี และการรักษาโดยการผ่าตัดในช่องอก โดยเฉพาะในสุนัขไทย